<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โหราภิญโญดอทคอม</title>
	<atom:link href="http://horapinyo.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://horapinyo.com</link>
	<description>โหราศาสตร์  สังคมออนไลน์   HORAPINYO.COM</description>
	<lastBuildDate>Fri, 11 May 2012 07:50:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ขอเชิญร่วมทำบุญกับสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ-มูลนิธิ ประจำปี ๒๕๕๕</title>
		<link>http://horapinyo.com/?p=70</link>
		<comments>http://horapinyo.com/?p=70#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 May 2012 07:50:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[โหราภารตะ]]></category>
		<category><![CDATA[โหราภิญโญ]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์ไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://horapinyo.com/?p=70</guid>
		<description><![CDATA[<p>สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ (วัดราชนัดดารามวรวิหาร) มูลนิธิสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ มูลนิธิพระอุดมศีลคุณ (เสริม สุวฑฺฒโน)</p> <p>ขอเชิญร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลถวายแด่บุรพาจารย์ผู้ล่วงลับไปแล้ว ประจำปี  ๒๕๕๕</p> <p>&#160;</p> <p>สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ (วัดราชนัดดารามวรวิหาร) มูลนิธิสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ มูลนิธิพระอุดมศีลคุณ (เสริม สุวฑฺฒโน) ได้จัดให้มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลถวายแด่บุรพาจารย์ผู้ล่วงลับไปแล้ว ในวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ วัดราชนัดดารามวรวิหาร จึงใคร่ขอเรียนเชิญเหล่าศิษยานุศิษย์ทุกท่าน และผู้เคารพนับถือในพระอุดมศีลคุณ (เสริม สุวฑฺฒโน) ร่วมกันทำบุญบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ อนึ่งในการนี้คณะเจ้าภาพได้จัดให้มีการมอบทุนการศึกษาแก่ภิกษุและสามเณร หากท่านใดมีความประสงค์จะร่วมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ สามารถติดต่อได้ที่ สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ (วัดราชนัดดารามวรวิหาร)</p> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000080;"><strong>สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ (วัดราชนัดดารามวรวิหาร)</strong></span><br />
<span style="color: #000080;"><strong> มูลนิธิสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ</strong></span><br />
<span style="color: #000080;"><strong> มูลนิธิพระอุดมศีลคุณ (เสริม สุวฑฺฒโน)</strong></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>ขอเชิญร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลถวายแด่บุรพาจารย์ผู้ล่วงลับไปแล้ว ประจำปี  ๒๕๕๕</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ (วัดราชนัดดารามวรวิหาร)<br />
มูลนิธิสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ<br />
มูลนิธิพระอุดมศีลคุณ (เสริม สุวฑฺฒโน)<br />
ได้จัดให้มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลถวายแด่บุรพาจารย์ผู้ล่วงลับไปแล้ว<br />
ในวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ วัดราชนัดดารามวรวิหาร<br />
จึงใคร่ขอเรียนเชิญเหล่าศิษยานุศิษย์ทุกท่าน และผู้เคารพนับถือในพระอุดมศีลคุณ (เสริม สุวฑฺฒโน) ร่วมกันทำบุญบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้<br />
อนึ่งในการนี้คณะเจ้าภาพได้จัดให้มีการมอบทุนการศึกษาแก่ภิกษุและสามเณร หากท่านใดมีความประสงค์จะร่วมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ สามารถติดต่อได้ที่ สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ (วัดราชนัดดารามวรวิหาร)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://horapinyo.com/?feed=rss2&#038;p=70</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุปราคากับโหราศาสตร์</title>
		<link>http://horapinyo.com/?p=61</link>
		<comments>http://horapinyo.com/?p=61#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jul 2011 07:11:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความโหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อุปราคา]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://horapinyo.com/?p=61</guid>
		<description><![CDATA[<p>ครั้งที่ 1 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2554 เวลา 16.03 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีธนู เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ในระยะ 19 องศา 38 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 3 เสวยปุรพาษาฒนักษัตรฤกษ์ที่ 20 ในอาณาเขตของมหัทธโนฤกษ์ อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาได้บังเกิดขึ้นในราศีธนู เวลา 16.03 น. มองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีธนูเป็นราศีชั้นที่ 3 ชนิดทวิภาวะราศี หรือสามัญราศีก็เรียก หรืออุภยราศีก็เรียก จะก่อให้เกิดเรื่องไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองที่ส่งผลยุ่งยากสลับซับซ้อนซึ่งยากแก่การสอบสวน เกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมประท้วงทางการเมือง การชุมนุมของกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงาน เป็นห้วงเวลาที่เกิดคดีอาชญากรรมมากขึ้น เกิดโรคภัยไข้เจ็บในคนและสัตว์ระบาดอย่างหนัก มีความยุ่งยากในวงการศาสนา วัดวาอาราม การศึกษา สถาบันการศึกษา กฎหมายและการแพทย์ มีผลตามหลังอุปราคาด้วยอุบัติเหตุที่เกิดเพิ่มขึ้น ระวังอุบัติเหตุในการเดินทางทางทะเล ทางพื้นดินและทางอากาศ ดังนั้น การเดินทางไกลๆ จึงควรระมัดระวังอย่างยิ่ง อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในราศีธนูซึ่งเป็นราศีธาตุไฟ ให้ระมัดระวังเรื่องปัญหาความไม่สงบในบ้านเมือง จะเกิดอัคคีภัย มีปัญหาความขัดแย้งอันนำมาซึ่งไฟไหม้ครั้งสำคัญ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ครั้งที่ 1 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2554 เวลา 16.03 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีธนู เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ในระยะ 19 องศา 38 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 3 เสวยปุรพาษาฒนักษัตรฤกษ์ที่ 20 ในอาณาเขตของมหัทธโนฤกษ์<br />
อุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาได้บังเกิดขึ้นในราศีธนู เวลา 16.03 น. มองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีธนูเป็นราศีชั้นที่ 3 ชนิดทวิภาวะราศี หรือสามัญราศีก็เรียก หรืออุภยราศีก็เรียก จะก่อให้เกิดเรื่องไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองที่ส่งผลยุ่งยากสลับซับซ้อนซึ่งยากแก่การสอบสวน เกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมประท้วงทางการเมือง การชุมนุมของกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงาน เป็นห้วงเวลาที่เกิดคดีอาชญากรรมมากขึ้น เกิดโรคภัยไข้เจ็บในคนและสัตว์ระบาดอย่างหนัก มีความยุ่งยากในวงการศาสนา วัดวาอาราม การศึกษา สถาบันการศึกษา กฎหมายและการแพทย์ มีผลตามหลังอุปราคาด้วยอุบัติเหตุที่เกิดเพิ่มขึ้น ระวังอุบัติเหตุในการเดินทางทางทะเล ทางพื้นดินและทางอากาศ ดังนั้น การเดินทางไกลๆ จึงควรระมัดระวังอย่างยิ่ง<br />
อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในราศีธนูซึ่งเป็นราศีธาตุไฟ ให้ระมัดระวังเรื่องปัญหาความไม่สงบในบ้านเมือง จะเกิดอัคคีภัย มีปัญหาความขัดแย้งอันนำมาซึ่งไฟไหม้ครั้งสำคัญ ระวังเรื่องการวางเพลิง มีเรื่องทำให้จิตใจของพวกผู้ชายวุ่นวาย เกิดเหตุการณ์สาธารณะที่ตื่นเต้น เกิดการก่อกวน เกิดการมีปากเสียง เกิดเหตุคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญสำคัญ บางครั้งเกิดการปะทะของกองกำลังต่างๆ ที่รุนแรง และอาจเกิดภัยของสงคราม กองทัพเกิดการเคลื่อนไหวคึกคัก เกิดการตายของประชาชนและมีการสูญเสียบุคคลสำคัญในระดับสูง ฝนแล้ง ดินฟ้าอากาศแปรปรวน มีการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องไฟและน้ำในโครงการต่างๆ และมีการจัดเก็บภาษีอากรเพิ่มขึ้น ประชาชนถูกกระทบกระเทือนในการดำรงชีวิต<br />
อุปราคาครั้งนี้บังเกิดในอาณาเขตของฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 3 ในราศีธนู <a title="โหราศาสตร์" href="http://horapinyo.com/">โหราศาสตร์</a>ชะตาบ้านเมืองกล่าวว่า โรคทางปากและทางเท้าจะระบาด จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บระบาด มีเชื้อโรคใหม่เกิดขึ้น ประชาชนจะเจ็บป่วย มีโรคภัยไข้เจ็บแพร่หลายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลและผู้นำระดับสูงออกมาแสดงบทบาทให้ความช่วยเหลือประชาชน</p>
<p>ราศีธนูเป็นพื้นที่ภพที่ 9 ของดวงเมือง ภพที่ 9 หมายถึง การคมนาคมทางไกล เช่น การเดินเรือ การคมนาคมทางทะเล การบิน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับคนโดยสารหรือส่งสินค้าก็ตาม การเดินทางไกลทางบก การสื่อสารกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรศัพท์ และเทคโนโลยีต่างๆ ก็ตาม ข่าวสารทางการเมืองนอกประเทศ เช่น หนังสือพิมพ์ การโฆษณา การพิมพ์ การศาสนา การศาล ผู้พิพากษา วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย สถาบันชั้นสูง ปรัชญา ศาสตราจารย์</p>
<p>เมื่อเกิดอุปราคาในภพที่ 9 จะเกิดปัญหาขัดแย้งยุ่งยากวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องสนธิสัญญา ข้อตกลงในวงการต่างประเทศ วงการการศึกษา การแพทย์และกฎหมาย จะสูญเสียผู้ใหญ่ในบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการศาสนา จะเกิดการสูญเสียผู้นำในวงการศาสนา เกิดปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับนิกายต่างๆ เกิดพายุครั้งใหญ่ เกิดมีอุบัติเหตุครั้งสำคัญ มีอุบัติภัยทางทะเลและทางอากาศ อากาศยานตกได้รับความเสียหาย ยังความอับโชคให้แก่การเดินเรือและกะลาสี บังเกิดความยุ่งยากจากต่างประเทศ และมีปัญหาเกี่ยวกับดินแดนอาณาเขตที่มีแนวโน้มจะบานปลาย</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้เกิดในปุรพาษาฒนักษัตรฤกษ์ที่ 20 ในอาณาเขตของมหัทธโนฤกษ์ มหัทธโน แปลว่า คหบดี เศรษฐี ผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีดาวจันทร์ (2) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์นี้เป็นบูรณนักษัตรฤกษ์ ถือเป็นฤกษ์ที่ดี มุ่งให้มีความมั่นคง เข้มแข็งถาวร เป็นปึกแผ่นแน่นหนา มีความพร้อมเพรียง มีความเจริญก้าวหน้า เหมาะแก่การประกอบกิจการงานของเศรษฐี พ่อค้า คหบดี นายห้าง นายธนาคาร การเงิน การค้า การอุตสาหกรรม ความเจริญก้าวหน้ามั่นคงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ทำมาค้าขึ้น มีผลประโยชน์เพิ่มขึ้น มีเงินทองไหลมาเทมา ตลอดจนการประกอบการงานมงคลได้ทุกอย่าง เช่น การปลูกสร้างอาคารเป็นหลักฐานมั่นคง ขึ้นบ้านใหม่ โกนผมไฟ งานมงคลสมรส รับตำแหน่งหน้าที่ใหม่เกี่ยวกับเรื่องการเงิน เปิดสถาบันการเงิน ธนาคาร ห้างร้านและบริษัท ลาสิกขา</p>
<p>ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้จึงทำให้มีปัญหายุ่งยากเกี่ยวกับกฎหมายทางการเงิน มีการสูญเสียเศรษฐี มหาเศรษฐี คนที่มีฐานะร่ำรวยจะประสบกับปัญหา มีการลักวิ่งชิงปล้นเกี่ยวกับเงินทองกันมากขึ้น<br />
ครั้งที่ 2 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2554 เวลา 04.03 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีพฤษภ ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ในระยะ 17 องศา 01 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 4 (พิษครุฑ) เสวยโรหิณีนักษัตรฤกษ์ที่ 4 ในอาณาเขตของภูมิปาโลฤกษ์ อุปราคาในครั้งนี้เป็นสุริยุปราคา ได้บังเกิดขึ้นในราศีรูปโค เวลากลางคืน จึงไม่สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีพฤษภเป็นราศีชั้น 2 ชนิดสถิรราศี มีผลคงอยู่ได้นาน แต่ในบางกรณีเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันทันทีโดยไม่ทันคาดหมายและรุนแรง ทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่โต มีอิทธิพลครอบงำรัฐสภาและการเงินของชาติ ก่อให้เกิดความยุ่งยาก มีปัญหาสำคัญที่จะต้องป้องกันแก้ไข ผลของการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดโรคภัยระบาด มีคนล้มตายเพิ่มขึ้น บุคคลสำคัญของประเทศถึงแก่กรรม</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้เกิดในราศีพฤษภ เป็นปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ให้ระมัดระวังเรื่องดิน ความเสียหายเกี่ยวกับแผ่นดิน การสูญเสียที่ดิน แผ่นดินไหว แผ่นดินทรุด แผ่นดินถล่ม การพังทลายของดิน อาคาร ตึกรามบ้านช่อง สิ่งก่อสร้างพังทลาย ทำให้เกิดผลเสียหายกับพืชผลทางการเกษตร ดินแดนอาณาเขตมีปัญหา การค้าขาย การเกษตรกรรม พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและน้ำอุปโภคบริโภค น้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตรยังเป็นปัญหาหลักที่ต้องแก้ไข โลกธุรกิจถูกก่อกวนหรือถูกกระทบกระเทือน รัฐบาลมีคะแนนนิยมตกต่ำลง เพราะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และการคอรัปชั่น เกิดการฉกฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบเกิดขึ้นทั่วไป จนทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างชนชั้นมากขึ้น นายทุนกับกรรมกรและผู้ใช้แรงงาน</p>
<p>มีการนัดหยุดงานปรากฏให้เห็นทั่วไป เกิดการว่างงานมากขึ้น ธุรกิจและการงานประสบกับปัญหา เช่น การขาดทุน งานบริการที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพของประชาชนและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนถูกกระทบกระเทือน อำนวยความอับโชคให้กับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษ และบางครั้งกับผู้นำในระดับสูง มีปัญหาเรื่องดินฟ้าอากาศแปรปรวนติดตามมา<br />
เกิดสุริยุปราคาในราศีพฤษภ ในระยะ 17 องศา 01 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านฉัฏฐมนวางศ์ 4 ทุติยตรียางศ์ 4 (พิษครุฑ) การเดินทางและการติดต่อสื่อสารจะมีปัญหาระส่ำระสายไปทั่วประเทศ ผู้นำในระดับสูง ผู้ปกครองที่ดำรงอำนาจอยู่จะเกิดอันตราย บุคคลที่มีชื่อเสียงจะป่วยหนักหรือถึงแก่กรรม การประชุมมีปัญหา<br />
ราศีพฤษภเป็นภพที่ 2 ของดวงเมือง การเงินของประเทศจะถูกกระทบกระเทือนได้รับความเสียหาย ปัญหาเกี่ยวกับการเงิน การคลัง และการค้าเกิดความยุ่งยาก มีปัญหาและอุปสรรคที่สลับซับซ้อน และยุ่งยากซับซ้อนที่จะแก้ไข เกิดความล้มเหลวทางการเงินและการค้าครั้งใหญ่ อาจเกิดขึ้นส่งผลกระทบไปทั่ว ธนาคารและสถาบันทางการเงินตกอยู่ในฐานะคับขัน เกิดความผันแปรในทางภาษีอากร นายธนาคารหรือนักการเงินผู้มีอิทธิพลถึงแก่กรรม</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในโรหิณีนักษัตรฤกษ์ที่ 4 ในอาณาเขตของภูมิปาโลฤกษ์ บาทฤกษ์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นพิษครุฑ ภูมิปาโล แปลว่า ผู้รักษาแผ่นดิน มีพระพุธ (4) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ เป็นบูรณฤกษ์ที่เข้มแข็ง เหมาะแก่การวางฤกษ์ประกอบกิจการงานเพื่อความมั่นคงถาวรเป็นหลักฐานในระยะเวลายาวนาน ค่อยๆ เจริญขึ้นจนบรรลุวัตถุประสงค์หลัก เรื่องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ บ้านที่ดิน อาคารสถานที่ เช่น จัดสรรบ้านและที่ดิน ลงเสาเข็ม ปลูกสร้างอาคาร บ้านเรือน ยกศาลพระภูมิ ถาวรวัตถุ พิพิธภัณฑ์ การเกษตร ควบคุมดูแลรักษาพัสดุ การทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน สิ่งก่อสร้างต่างๆ เปิดอาคาร กิจการบริษัท ห้างร้านเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือการเกษตร หมั้น แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ลาสิกขา<br />
เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้ย่อมไม่ส่งผลดีด้านการรักษาแผ่นดิน ดินแดนและน่านน้ำอาณาเขตมีปัญหาขัดแย้ง ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงควรระมัดระวังให้ดี เพราะอาจส่งผลให้เกิดปัญหาการเมืองการปกครองติดตามมา ระเบียบแบบแผนในสายการปกครองไม่ชัดเจน เกิดปัญหาสับสนวุ่นวายจนเกิดการระส่ำระสาย ปัญหาเรื่องดินแดนอาณาเขตเป็นปัญหาที่ต้องหาทางออกทั้งสี่ทิศ</p>
<p>ครั้งที่ 3 เกิดจุดจันทร์เพ็ญในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2554 เวลา 03.15 น. ได้บังเกิดจันทรุปราคาเป็นสรรพคราสในราศีธนู เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) ในระยะ 00 องศา 23 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปฐมนวางศ์ 3 ปฐมตรียางศ์ 5 เสวยมูละนักษัตรฤกษ์ที่ 19 ในอาณาเขตของทลิทโทฤกษ์ จันทรุปราคายังให้ผลรุนแรงน้อยกว่าสุริยุปราคาก็จริงอยู่ แต่ยังมีส่วนเชื่อมโยงกับเรื่องของประเทศชาติ ประชาชนหรือคนหมู่มาก<br />
จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นชนิดมืดมิดดวงจึงมีความสำคัญมาก ได้บังเกิดขึ้นในราศีธนู เวลากลางคืน จึงสามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีธนูเป็นราศีที่ตั้งของภพสำคัญ จึงมีความสำคัญมากที่จะต้องทำการศึกษา ราศีธนูเป็นราศีชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นทวิภาวะราศี หรือสามัญราศี หรืออุภยราศี จะก่อให้เกิดเรื่องที่ส่งผลยุ่งยากสลับซับซ้อนซึ่งยากแก่การสอบสวน เกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมประท้วงทางการเมือง การชุมนุมของกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงาน เป็นห้วงเวลาที่เกิดคดีอาชญากรรมมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บในคนและสัตว์ระบาดอย่างหนัก มีความยุ่งยากในวงการศาสนาและการศึกษา มีผลตามหลังอุปราคาด้วยอุบัติเหตุครั้งสำคัญเกิดขึ้นในการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งทางทะเล ทางพื้นดิน และทางอากาศ<br />
ดังนั้น การเดินทางจึงควรระมัดระวังอย่างยิ่ง ราศีธนูเป็นราศีธาตุไฟ ให้ระมัดระวังจะเกิดอัคคีภัย จะเกิดไฟไหม้ครั้งสำคัญ มีเรื่องทำให้จิตใจของพวกผู้ชายวุ่นวาย เกิดเหตุการณ์สาธารณะที่ตื่นเต้น เกิดการก่อกวน เกิดการมีปากเสียง เกิดเหตุฆาตกรรมสำคัญ บางครั้งเกิดการปะทะของกองกำลังต่างๆ และอาจเกิดภัยของสงคราม กองทัพเกิดการเคลื่อนไหวคึกคัก เกิดการตายของประชาชนและบุคคลสำคัญในระดับสูง ทั้งๆ ที่จะเข้าสู่ฤดูฝน แต่อากาศยังร้อน ฝนยังแล้ง มีการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องไฟและน้ำในโครงการต่างๆ และมีการจัดเก็บภาษีอากรเพิ่มขึ้น ประชาชนถูกกระทบกระเทือนในการดำรงชีวิต</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้รัศมีคราสพาดผ่านปฐมนวางศ์ 3 ปฐมตรียางศ์ 5 โหราศาสตร์ชะตาบ้านเมืองกล่าวว่า จะเกิดคดีอาชญากรรมที่รุนแรงยิ่งขึ้น เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง ประชาชนได้รับความทุกข์ยากลำบากจนผู้นำระดับสูงออกมาแสดงบทบาทให้ความช่วยเหลือประชาชน<br />
ราศีธนูเป็นภพที่ 9 ของดวงเมือง ภพที่ 9 หมายถึง การคมนาคมทางไกล เช่น การเดินเรือ การคมนาคมทางทะเล การบิน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับคนโดยสารหรือส่งสินค้าก็ตาม การเดินทางไกลทางบก การสื่อสารกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรศัพท์ และเทคโนโลยีต่างๆ ก็ตาม ข่าวสารทางการเมืองนอกประเทศ เช่น หนังสือพิมพ์ การโฆษณา การพิมพ์ การศาสนา การศาล ผู้พิพากษา วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย สถาบันชั้นสูง ปรัชญา ศาสตราจารย์</p>
<p>เมื่อเกิดอุปราคาในภพที่ 9 จะเกิดปัญหายุ่งยากวุ่นวายในวงการศาสนา วงการการศึกษา วงการแพทย์และกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการศาสนา จะเกิดการสูญเสียผู้นำ เกิดปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับนิกายต่างๆ เกิดพายุใหญ่ เกิดอุบัติเหตุครั้งสำคัญ มีอุบัติภัยทางทะเลและทางอากาศ อากาศยานตกได้รับความเสียหาย ยังความอับโชคให้แก่การเดินเรือและกะลาสี บังเกิดความยุ่งยากจากต่างประเทศแดนไกลและดินแดนอาณาเขต เนื่องจากเป็นจันทรุปราคาในเรือนศุภะ จึงควรดูแลสุขภาพอนามัยของผู้นำทางจิตวิญญาณและสตรีผู้สูงศักดิ์ให้ดี เพราะจะเจ็บป่วยหรือสูญเสีย นำความเศร้าโศกมาสู่ประชาชนได้<br />
อุปราคาครั้งนี้เกิดในมูละนักษัตรฤกษ์ที่ 19 ในอาณาเขตของทลิทโทฤกษ์ บาทฤกษ์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นพิษนาค ทลิทโท แปลว่า ผู้ขอ ผู้มักน้อย ยากจนเข็ญใจ มีพระอาทิตย์ (1) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ที่ 1 เป็นนวางค์ขาด เรียกว่าจัตตุรฤกษ์ หรือขันธฤกษ์ (พยะกะริขัง) จึงไม่ควรให้ฤกษ์ เพราะเป็นจุดให้เกิดความเสียหายและอันตรายต่างๆ ได้ ฤกษ์นี้ใช้ประกอบกิจการเพื่อให้เกิดความเมตตาปรานี มีความสงสารเห็นอกเห็นใจกัน ยินยอมให้ความช่วยเหลือหรือร่วมมือแต่โดยดี ได้ลาภจากการขอ เช่น การสู่ขอ ยื่นเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อขอความเป็นธรรม กู้ยืมเงิน ทวงหนี้ ขอสิ่งต่างๆ งานที่ต้องการความช่วยเหลือ ของานทำ ขอผัดผ่อน ขอร้อง ขอคืนดี ขอส่วนแบ่ง รับเงินปันผล เรี่ยไร เปิดงานการกุศล สวัสดิการและการสังคมสงเคราะห์ หาผู้อุปการะ ผู้ช่วยเหลือ ผู้ค้ำประกัน เปิดร้านขายของชำเล็กๆ น้อยๆ กิจการซื้อขายของชำรุด ของเก่า สมัครงานหรือทำการใดๆ ที่ริเริ่มใหม่<br />
ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้จะทำให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะตรงกันข้าม คือ สังคมจะมีการเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น ไม่เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ไม่มีความเมตตาปรานี ขาดการประนีประนอม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มีการเห็นแก่ได้ ชิงดีชิงเด่นกันมากขึ้น</p>
<p>ครั้งที่ 4 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2554 เวลา 15.54 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีมิถุน วาโยธาตุ (ธาตุลม) ในระยะ 15 องศา 11 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปัญจมนวางศ์ 7(8) ทุติยตรียางศ์ 6 เสวยอารทรานักษัตรฤกษ์ที่ 6 ในอาณาเขตของเทวีฤกษ์<br />
อุปราคาในครั้งนี้ได้บังเกิดขึ้นในราศีคนคู่ ซึ่งเป็นราศีชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นทวิภาวะราศี จะก่อให้เกิดเรื่องที่ส่งผลยุ่งยากสลับซับซ้อนซึ่งยากแก่การสอบสวน นอกจากจะเป็นราศีของภพเรือนมุม ไม่บังเกิดผลใหญ่โตและสำคัญเหมือนอุปราคาที่เกิดในราศีอื่นๆ เกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงาน เป็นห้วงเวลาที่เกิดอาชญากรรมมากมาย โรคภัยไข้เจ็บในคนและสัตว์ระบาดอย่างหนัก และความอยากได้ มีความยุ่งยากในวงการศาสนา วงการการศึกษา กฎหมายและการแพทย์ มีผลตามหลังอุปราคาด้วยอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมายในการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งทางทะเล ทางพื้นดินและทางอากาศ<br />
ดังนั้น การเดินทางจึงควรระมัดระวังอย่างยิ่ง อุปราคาครั้งนี้เกิดในราศีมิถุน เป็นวาโยธาตุ (ธาตุลม) ทำให้เกิดลมพายุทำลายล้างที่รุนแรง รัฐสภาจะตกต่ำ ถูกครอบงำโดยผู้มีอิทธิพลและผลประโยชน์ มีปัญหายุ่งยากในการร่างกฎหมาย กฎหมายหลายฉบับมีปัญหา คณะพรรคการเมืองมีการแตกแยกอย่างชัดเจน มีปัญหายุ่งยากกับประเทศเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถูกรบกวนและผันแปร เกิดปัญหาเกี่ยวกับสนธิสัญญาหรือพันธไมตรีกับมิตรประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน และต่างประเทศจะขาดความนิยม</p>
<p>เกิดสุริยุปราคาในราศีมิถุน ในระยะ 15 องศา 11 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านปัญจมนวางศ์ 7 (8) ทุติยตรียางศ์ 6 จะเกิดอาชญากรรมอันร้ายแรงยิ่งนัก เกิดการเป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนา วงการนักบวชเกิดการแตกแยก ผู้นำในระดับสูง ผู้ปกครองที่ดำรงอำนาจอยู่จะเกิดอันตราย บุคคลที่มีชื่อเสียงจะป่วยหนักหรือถึงแก่กรรม ราศีมิถุนเป็นภพที่ 3 ของดวงเมือง หมายถึง การขนส่ง การคมนาคมภายในประเทศ ทางรถไฟ ถนนหนทาง แม่น้ำ ทะเล รถยนต์ ตลอดจนการให้ข่าวสาร การไปรษณีย์ การสื่อสารโทรศัพท์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือเล่ม อินเทอร์เน็ต งานทางด้านวรรณกรรม การศึกษา โรงเรียน ธุรกิจที่ต้องใช้สมองและบรรดาประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง<br />
ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นจะมีอิทธิพลทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาในการเดินทางโดยรถไฟ รถยนต์ เรือ เกิดปัญหาและความยุ่งยากเกี่ยวกับการเดินทาง การติดต่อ การขนส่ง การสื่อสาร และจะเกิดปัญหาความยุ่งยากในวงการสื่อสารมวลชน การขนส่งมวลชน วงการการศึกษา หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ นักเขียน ผู้พิมพ์โฆษณา และนักจัดรายการทางสื่อมวลชนต่างๆ ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหาและอุปสรรคที่สลับซับซ้อนและยุ่งยากที่จะแก้ไข</p>
<p>อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในเสวยอารทรานักษัตรฤกษ์ที่ 6 ในอาณาเขตของเทวีฤกษ์ มีพระพฤหัสบดี (5) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ เป็นบูรณฤกษ์ เทวี แปลว่า นางพญา หมายถึง สตรีผู้มีฐานะและตำแหน่งสูง เป็นฤกษ์เพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีเกียรติยศชื่อเสียง สวยงาม หรูหรา อ่อนหวาน ร่มเย็น เป็นเสน่ห์ในกายตน การประสบโชคลาภ สตรีอุปถัมภ์ มีความสมบูรณ์พูนสุข สมความปรารถนา เช่น การสู่ขอ งานหมั้น แต่งงาน ส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอ เข้าเฝ้า เข้าหาเจ้านายฝ่ายสตรี เปิดงานแสดงศิลปชั้นสูง วรรณกรรม ศิลปกรรม นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ วัฒนธรรม ขายเสื้อผ้า เครื่องสำอางแฟชั่น อัญมณี งานเกี่ยวกับความรัก การสังคม แจกวุฒิบัตร เปิดสถาบัน โรงเรียน หอพักสตรี กิจการของสตรี ขึ้นบ้านใหม่ ลาสิกขา เป็นต้น</p>
<p>เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้ทำให้วงการสตรีและเด็ก รวมทั้งวงการบันเทิง ศิลปินเด็กและสตรีมีปัญหา สตรีและเด็กถูกล่วงละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงในหลายด้าน เช่น สิทธิสตรีและเด็กถูกกระทบกระเทือน การล่วงละเมิดทางเพศและการถูกเอาเปรียบเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ เกิดการสูญเสียสตรีและบุคคลสำคัญในวงการดังกล่าว มีการฉกฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบทางการค้าเกิดขึ้นกับสตรีและเด็กโดยทั่วไป มีปัญหาเรื่องการใช้แรงงานเด็กและสตรี ธุรกิจและการงานตามความหมายของหมวดฤกษ์ประสบปัญหายุ่งยาก งานบริการงานรื่นเริงบันเทิงใจที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและสตรีถูกกระทบกระเทือน อบายมุขจะเฟื้องฟู ประชาชนจะลุ่มหลงในอบายมุขตามการโฆษณาชวนเชื่อ ทำเกิดให้เกิดปัญหาสังคมเกิดขึ้นตามมามากมาย<br />
ครั้งที่ 5 เกิดจุดจันทร์ดับในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 เวลา 13.10 น. ได้บังเกิดสุริยุปราคาในราศีพิจิก อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) ในระยะ 8 องศา 35 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านตติยนวางศ์ 4 ปฐมตรียางศ์ 3 เสวยอนุราธนักษัตรฤกษ์ที่ 17 ในอาณาเขตของราชาฤกษ์</p>
<p>อุปราคาในครั้งนี้เป็นสุริยุปราคา ได้บังเกิดขึ้นในราศีพิจิกรูปแมงป่อง ราศีของคนก้นงอนเอวคอดเดินส่ายก้นไปมา เกิดขึ้นในเวลากลางวัน จึงสามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีพิจิกเป็นราศีชั้น 2 ชนิดสถิรราศี มีผลคงอยู่ได้นาน แต่ในบางกรณีเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันทันทีโดยไม่ทันคาดหมายและรุนแรง ทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่โต มีอิทธิพลครอบงำรัฐสภาและการเงินของชาติ ก่อให้เกิดความยุ่งยาก มีปัญหาสำคัญที่จะต้องป้องกันแก้ไข ผลของการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้สูญเสีย เช่น เกิดการล้มตาย เกิดโรคภัยระบาด มีคนล้มตายเพิ่มขึ้น บุคคลสำคัญของประเทศถึงแก่กรรม<br />
อุปราคาเกิดขึ้นในราศีพิจิกซึ่งเป็นอาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) ก่อให้เกิดปัญหาวาตภัยและอุทกภัยที่รุนแรง สึนามิกำลังถามหา ประชาชนหวาดผวาไปตามๆ กัน ฝนตกมากจนเกินไป เกิดพายุหมุนและฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง บางพื้นที่เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม สร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก มีการตายจากการจมน้ำ เกิดอุบัติภัยในแม่น้ำ ทะเล มหาสมุทร รัฐบาลประสบปัญหาอย่างรุนแรงเรื่องการแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำ ทั้งน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคและน้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม อาชีพเกี่ยวกับน้ำ น้ำเมา ของเหลวมีปัญหา โรคภัยไข้เจ็บยังระบาดอย่างหนัก ทำให้คนตายเพิ่มขึ้นจากโรคภัยที่มาจากน้ำและของเหลว การค้าและเกษตรกรรมเสียหาย</p>
<p>อุปราคาเกิดขึ้นในภพที่ 8 ของดวงเมือง ภพที่ 8 หมายถึง การตาย ประเภทของคนตาย ภาษีคนตาย ความสัมพันธ์ทางการเงินกับต่างประเทศ ความลับของรัฐบาล โรคระบาด สภาองคมนตรี ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาในภพที่ 8 จะบังเกิดความอับโชคแก่ผู้นำ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและรัฐบาล ในโหราศาสตร์ชะตาบ้านเมืองกล่าวว่า ถ้าเป็นสุริยุปราคา บุคคลสำคัญบางคนจะถึงแก่กรรมหรือไม่ก็เป็นผู้อยู่ในราชตระกูล ชนชั้นสูง ถ้าเป็นจันทรุปราคาจะเกิดการตายในหมู่ชนสามัญหรือสตรีผู้มีชื่อเสียง สุขภาพของประชาชนของประเทศเสื่อมโทรม เกิดโรคระบาด ประชาชนเจ็บไข้ เกิดอาชญากรรมร้ายแรง เกิดความปั่นป่วนในวงการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมรดก กฎหมายมรดก ของเก่าๆ สิ่งเก่าๆ และความสัมพันธ์ทางการเงินกับต่างประเทศ ความลับของรัฐบาลจะถูกเปิดเผยออกมา<br />
รัศมีคราสพาดผ่านตติยนวางศ์ 4 ปฐมตรียางศ์ 3 ระวังจะเกิดปัญหาที่รุนแรงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจนเกิดเป็นภาวะสงคราม เกิดความสับสนอลหม่านไปทั่ว เกิดการเปลี่ยนแปของสภาพดินฟ้าอากาศที่รุนแรง มีพายุใหญ่ น้ำท่วม เกิดผลส่วนใหญ่ในทางอุตุนิยมวิทยา<br />
อุปราคาครั้งนี้พาดผ่านอนุราธนักษัตรฤกษ์ที่ 17 ในอาณาเขตของราชาฤกษ์ ราชา แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน มีดาวศุกร์ (6) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์นี้เป็นฤกษ์ที่ดี มีความมั่นคงเข้มแข็ง โอ่อ่า ยิ่งใหญ่ไพศาล มีคนยกย่องสรรเสริญ โดยเฉพาะกิจของผู้ใหญ่ ผู้นำ เหมาะสำหรับงานราชพิธี รัฐพิธี ราชการงานเมือง งานที่ต้องการชักจูงให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม การปกครอง บังคับบัญชา การเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ การจัดตั้งรัฐบาล ตั้งเสาหลักเมือง ทำงานชิ้นสำคัญที่ต้องแสดงฝีมือ และแสวงหาชื่อเสียง เกียรติคุณ การควบคุมกิจการ เข้าหาผู้ใหญ่ งานมงคลสมรสที่มีเกียรติหรูหรา วางศิลาฤกษ์สร้างอาคารที่สง่างาม การเปิดทำการของทางราชการ เปิดสถาบัน โรงเรียน หอพักชาย เปิดกิจการบริษัทห้างร้านและขึ้นบ้านใหม่ที่ใหญ่โตโอ่อ่า เดินทางตรวจงาน เอาของเข้าบ้าน นุ่งห่มผ้าใหม่ ซื้อยานพาหนะ ซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวยหรู แสดงสุนทรพจน์ ประชุมเสนาธิการ แถลงนโยบาย เป็นต้น</p>
<p>เมื่ออุปราคาพาดผ่านฤกษ์นี้จะส่งผลให้เกิดการสูญเสียบุคคลสำคัญในระดับสูง ผู้นำจะเจ็บป่วย บุคคลผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในระดับสูงมีปัญหาหรือเจ็บป่วยจนปฏิบัติหน้าที่มิได้จนกระทั่งต้องแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ราชพิธี รัฐพิธี ราชการงานเมืองเกิดมีปัญหาและอุปสรรคต้องแก้ไข มีปัญหาเรื่องชื่อเสียงเกียรติยศถูกกระทบกระเทือน<br />
ครั้งที่ 6 เกิดจุดจันทร์เพ็ญในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2554 เวลา 21.38 น. ได้บังเกิดจันทรุปราคาในราศีพฤษภ ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ในระยะ 24 องศา 10 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านอัฏฐมนวางศ์ 1 ตติยตรียางศ์ 7 เสวยมฤคศิรนักษัตรฤกษ์ที่ 5 ในอาณาเขตของเทศาตรีฤกษ์<br />
อุปราคาในครั้งนี้เป็นจันทรุปราคา ได้บังเกิดขึ้นในราศีพฤษภ (รูปโค) เวลากลางคืน สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย ราศีพฤษภเป็นราศีชั้น 2 ชนิดสถิรราศี มีผลคงอยู่ได้นาน แต่ในบางกรณีเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันทันทีโดยไม่ทันคาดหมายและรุนแรง ทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่โต มีอิทธิพลครอบงำรัฐสภาและการเงินของชาติ ก่อให้เกิดความยุ่งยาก มีปัญหาสำคัญที่จะต้องป้องกันแก้ไข ผลของการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดโรคภัยระบาด มีคนล้มตายเพิ่มขึ้น บุคคลสำคัญของประเทศถึงแก่กรรม</p>
<p>อุปราคาเกิดในราศีพฤษภ เป็นปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) ให้ระมัดระวังเรื่องดิน ความเสียหายเกี่ยวกับแผ่นดิน การสูญเสียที่ดิน แผ่นดินทรุด แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม การพังทลายของดิน อาคาร ตึกรามบ้านช่อง สิ่งก่อสร้างพังทลาย ทำให้เกิดผลเสียหายกับพืชผลทางการเกษตร ดินแดนอาณาเขตมีปัญหา การค้าขาย การเกษตรกรรม พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและน้ำอุปโภคบริโภค น้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตรยังเป็นปัญหาหลักที่ต้องแก้ไข โลกธุรกิจถูกก่อกวนหรือถูกกระทบกระเทือน รัฐบาลมีคะแนนนิยมตกต่ำลง เพราะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และการคอรัปชั่น เกิดการฉกฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบเกิดขึ้นทั่วไป จนทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างชนชั้นมากขึ้น นายทุนกับกรรมกรและผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงานปรากฏให้เห็นทั่วไป เกิดการว่างงานมากขึ้น ธุรกิจและการงานประสบกับปัญหา เช่น การขาดทุน งานบริการที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพของประชาชนและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนถูกกระทบกระเทือน อำนวยความอับโชคให้กับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษ และบางครั้งกับผู้นำในระดับสูง มีปัญหาเรื่องดินฟ้าอากาศแปรปรวนติดตามมา</p>
<p>เกิดอุปราคาในราศีพฤษภ ในระยะ 24 องศา 10 ลิปดา รัศมีคราสพาดผ่านอัฏฐมนวางศ์ 1 ตติยตรียางศ์ 7 ระวังปัญหาข้าวยากหมากแพง อุบัติภัยและโรคภัยไข้เจ็บระบาด ประชาชนได้รับผลกระทบกระเทือน<br />
ราศีพฤษภเป็นภพที่ 2 ของดวงเมือง การเงินของประเทศจะถูกกระทบกระเทือนได้รับความเสียหาย ปัญหาเกี่ยวกับการเงิน การคลัง เศรษฐกิจและการค้าเกิดความยุ่งยาก มีปัญหาและอุปสรรคที่สลับซับซ้อนและยุ่งยากที่จะแก้ไข เกิดความล้มเหลวทางการเงินและการค้าครั้งใหญ่ อาจเกิดขึ้นส่งผลกระทบไปทั่ว ธนาคารและสถาบันทางการเงินตกอยู่ในฐานะคับขัน เกิดความผันแปรในทางภาษี นายธนาคารหรือนักการเงินผู้มีอิทธิพลถึงแก่กรรม<br />
อุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในเสวยมฤคศิรนักษัตรฤกษ์ที่ 5 ในอาณาเขตของเทศาตรีฤกษ์ เทศาตรี แปลว่า ข้ามถิ่น หมายถึง ฤกษ์พ่อค้าข้ามถิ่น มีพระเสาร์ (7) เป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ เป็นฤกษ์แตก เพราะบาทฤกษ์จะอยู่สองราศี ราศีละ 2 บาท เรียกว่าพินทุฤกษ์ หรือติณฤกษ์ เหมาะสำหรับการติดต่อค้าขายระหว่างถิ่น ให้มีผู้นิยมชมชอบ มีความสนุกสนาน มีคนไปมาหาสู่เข้าๆ ออกๆ มากมายมิได้ขาด เช่น เปิดโรงมหรสพ สถานเริงรมย์ บาร์ ไนต์คลับ ซ่องโสเภณี โรงแรม สโมสร ภัตตาคาร คอฟฟี่ช็อป สถานบริการอาบอบนวด ธุรกิจการบันเทิง โรงภาพยนตร์ ศิลปิน นักแสดง ตลาด ศูนย์การค้า การค้าต่างถิ่น</p>
<p>เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นในฤกษ์นี้จะเกิดปัญหาความสูญเสียเกิดขึ้น จนมีผลให้กิจการมหรสพหยุดชะงัก วงการบันเทิง ศิลปินมีปัญหา เกิดความเศร้าโศกเกิดขึ้นในประเทศ กิจการที่มีปัญหาหยุดชะงัก คือ การมหรสพ การรื่นเริงบันเทิงใจ งานสังคมต่างๆ สโมสร สมาคม ศูนย์การค้า ภัตตาคาร โรงแรม สถานบริการอาบอบนวด ภาพยนตร์ วิดีโอ ร้านเสริมสวย เครื่องสำอาง เกิดการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการดังกล่าว มีการฉกฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบทางการค้าเกิดขึ้นทั่วไป จนทำให้เกิดปัญหาค่าครองชีพ มีการแตกต่างชนชั้น มีปัญหาระหว่างนายทุนกับกรรมกรและผู้ใช้แรงงาน มีการนัดหยุดงานปรากฏให้เห็นทั่วไป มีคนว่างงานมากขึ้น ธุรกิจและการงานตามความหมายของหมวดฤกษ์ประสบกับการขาดทุน<br />
งานบริการ งานรื่นเริงบันเทิงใจที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพของประชาชนและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนถูกกระทบกระเทือน อบายมุขจะเฟื่องฟู ประชาชนจะลุ่มหลงในอบายมุขตามการโฆษณาชวนเชื่อ ทำเกิดให้เกิดปัญหาสังคมเกิดขึ้นตามมามากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศชาติเกิดวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เกิดมีอาเพศ 16 ประการขึ้นในบ้านเมือง</p>
<p>ดังนั้น จึงขอนำเสนอเพื่อประกอบการพิจารณา ลักษณาการทางสังคมได้ ดังนี้คือ<br />
ดาวเดือนดินฟ้าจะอาเพศ อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง พระคงคาจะแดงเดือดดั่งเลือดนก อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง ผีป่าจะวิ่งเข้าสิงเมือง ผีเมืองจะออกไปอยู่ไพร<br />
พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี พระกาฬกลีจะเข้ามาเป็นไส้<br />
พระธรณีจะตีอกไห้ อกพระกาฬจะไหม้อยู่เกรียมกรม<br />
ในลักษณะทำนายไว้บ่อห่อนผิด เมื่อพินิจพิศจะเห็นสม<br />
มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม มิใช่เทศกาลลมฝนก็อุบัติ<br />
ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัดเกิดวิบัตินานาทั่วสากล<br />
เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนาจะรักษาแต่ฝ่ายอกุศล<br />
สัปบุรุษจะแพ้แก่ทรชน มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก<br />
ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์<br />
ลูกศิษย์จะสู้ครูพัก จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย<br />
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย<br />
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม<br />
ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า เพราะจัณฑาลมันเข้ามาเสพสม<br />
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอารมณ์ เพราะสมัครสมาคมด้วยมารยา<br />
พระมหากษัตริย์จะเสื่อมสิงหนาท ประเทศราชจะเสื่อมซึ่งยศถา<br />
อาสัจจะเลื่องลือชา พระธรรมาจะต่ำลึกลับ<br />
ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ จะสาปสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ<br />
ผู้มีสินจะถอยจากทรัพย์ สัปบุรุษจะอับซึ่งน้ำใจ<br />
ทั้งอายุจะถอยเคลื่อนจากเดือนปี ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย<br />
ทั้งพืชแผ่นดินจะหย่อนไป ผลหมากรากไม้จะถอยรส<br />
ทั้งสรรพว่านยาจะอาเพศ เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด<br />
จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรส จะถอยถดไปตามประเพณี<br />
ทั้งข้าวก็จะยากหมากจะแพง สารพันจะแห้งแล้งไปทุกที่<br />
จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน<br />
เขตคานประเทศธานี จะเกิดการกลีทุกแห่งหน<br />
จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล จะสาละวนถ้วนทั่วทั้งหญิงชาย<br />
จะร้อนอกสมณาประชาราษฎร์ จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย<br />
จะรบราฆ่าฟันกันมากมาย ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ<br />
ทางน้ำจะแห้งเป็นทางบก เวียงวังจะรกเป็นป่าเสือ<br />
สิงสาราสัตว์เนื้อเบื้อจะมิหลงหลอเหลือในแผ่นดิน<br />
ทั้งผู้คนสารพัดสัตว์ทั้งหลาย จะสาปสูญล้มตายเสียหมดสิ้น<br />
ด้วนพระกาฬจะมาผลาญแผ่นดิน จะสูญสิ้นการณรงค์สงครามกัน<br />
กรุงศรีอยุธยาเคยเกษมสุข แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์<br />
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์ นับวันจะเสื่อมสูญเอยฯ</p>
<p>จากเรื่องอาเพศ 16 ประการดังกล่าวข้างต้น เป็นเรื่องของการพิจารณาความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้าย เมื่อปล่อยให้ความเลวร้ายรุนแรงไปมากกว่านี้ ผลสุดท้ายกรุงศรีอยุธยาหรือสังคมหนึ่งสังคมใดก็ได้ หรือประเทศหนึ่งประเทศใดก็ได้ ที่เคยเกษมสุข แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์ จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์ นับวันจะเสื่อมสูญเอย<br />
อ่านดูแล้วน่าใจหาย เข้าใจได้โดยไม่ต้องอธิบาย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาเพศ 16 ประการจะเป็นเครื่องเตือนสติของคนไทยทั้งชาติที่กำลังแตกแยกกันอย่างรุนแรงในขณะนี้ จงกลับมามีความสมัครสมานสามัคคี กลมเกลียว ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเช่นในอดีต โดยเฉพาะคนที่ทำให้สังคมเสื่อมทรามแตกแยก ที่จะทำให้กรุงศรีอยุธยาที่เคยเกษมสุขกลับต้องมาร้อนเป็นไฟ เป็นเมืองแพศยาอาธรรม์ นับวันจะเสื่อมสูญเอยฯ ด้วยเงื้อมมือของตนจงสำนึกและจงกลับตัวกลับใจเสียก่อนที่จะสายเกินไป เพราะเป็นครุกรรมฝ่ายอกุศลกรรมที่เป็นอนันตริยกรรมโดยแท้<br />
ในทางโหราศาสตร์ คัมภีร์จักรทีปนีจรคงใช้ได้เฉพาะกับดาวเคราะห์ที่โคจรอย่างปกติ ไม่พักร (ถอยหลัง) มณฑ์ (หยุดอยู่กับที่) และเสริด (โคจรไปเร็วอย่างรีบเร่ง) เพราะกฎเกณฑ์การพิจารณาถึงการโคจรวิปริตของดวงดาวได้มีอยู่ตามคัมภีร์ &#8220;พระอภิธรรมอรรถสาลินี&#8221; ซึ่งนิพนธ์โดยพระพุทธโฆษาจารย์ โดยเฉพาะอีกคัมภีร์หนึ่งต่างหาก ดังนี้</p>
<p>จักกล่าวพระเคราะห์จรตามราศี<br />
อันอาจารย์แจ้งจัดอรรถสาลินี พระอภิธรรมโดยมีฎีกามา<br />
พระอาจารย์จารึกบันทึกไว้ คัมภีร์ไสยตามพระพุทธโฆษา<br />
พระเคราะห์ มนท์ เสริด พักร์นานา ทำนายว่าต่างต่างจะเกิดเป็น<br />
*อังคารพักร์มีศึกต่างเมืองมา อังคารเสริดนั้นว่าจะเกิดยุคเข็ญ<br />
*อังคารมนท์จะวิกลบังเกิด เป็นมหาชนเกิดเข็ญออกฝีตาย<br />
จะเจ็บท้องลงแดงตายเสียมาก ความทุกข์ยากในมนุษย์สิ้นทั้งหลาย<br />
พระเสาร์และพระอังคารท่านภิปราย พักร์ในราศีร้ายจำเพาะมี<br />
คือ พฤษก, สิงห์, มีน, ธนู, พักร์ ว่าร้ายนักทำนายไว้สี่ราศี<br />
จะเกิดความเสียหายวายชีวี พระธรณีดูดกินซึ่งเลือดคน<br />
พระอังคารผิวพักร์ราศีเมษ มหากษัตริย์เป็นเหตุแสดงผล<br />
ในเดือนเก้าเจ็ดค่ำแรมพึงยล จะม้วยชนม์ชีพสิ้นสังขารา<br />
พระพุธพักร์ในกุมภราศี พระบุรีร้อนทั่วทุกทิศา<br />
ราชบุตรจะต่อยุทธกษัตรา ในเดือนแปดทุติยาเป็นมั่นคง<br />
พระพุธมนท์ว่าน้ำฝนนั้นจะน้อย ข้าวกล้าตายฝอยดินแห้งผง<br />
พระศุกร์ข้าวแพงทำนายตรง บูรพาษาฒมั่นคงทำนายมา<br />
อังคารพักร์ในเมษราศีธนู สิงห์ สามนี้ร้ายหนักหนา<br />
เป็นนิมิตแก่แผ่นพสุธา จะแยกเป็นสองว่าอัศจรรย์<br />
อีกจะเกิดลมพายุวิปริต จะเกิดไข้ทรพิษเป็นมหันต์<br />
มหาชนจะพินาศลงดาษครัน อังคารนั้นมนท์อยู่เกิดไข้ตาย<br />
พฤหัสบดิ์มนท์แพ้สมณพราหมณา พระศุกร์มนท์ทายว่าฝนแห้งหาย<br />
ข้าวจะแพงฝนจะแล้งข้าวกล้าตาย พระเสาร์มนท์ทายว่าศึกมี<br />
เกิดอันตรายวัวควายจะตายห่า จะร้อนราษฎร์ประชาทั่วกรุงศรี<br />
ดูทำนายทายตามพระบาลี ที่ทายนี้เป็นฉบับโบราณเอย</p>
<p>คำพยากรณ์นี้เป็นเพียงการคาดการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่จะเป็นเครื่องเตือนภัยได้เป็นอย่างดี เมื่ออนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง การที่มนุษย์รู้ล่วงหน้าจึงน่าจะสามารถเปลี่ยนแปลง บรรเทา ป้องกันและแก้ไขอนาคตได้บ้างไม่มากก็น้อย หากเราทำเงื่อนไขปัจจัยในปัจจุบันให้เปลี่ยนแปลงไปในแนวทางที่ดี อนาคตก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้บ้างเช่นกัน<br />
การรู้อนาคตจึงมีประโยชน์ทำให้สามารถเตรียมพร้อมทั้งกายใจในการรับมือกับอนาคต จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของอนาคต คือ รับมือได้ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี สิ่งที่ไม่ดีจะได้เตรียมพร้อมในการป้องกันแก้ไขและลดโอกาสความล้มเหลวอันไม่พึงประสงค์ สิ่งที่ดีจะได้ช่วยเพิ่มโอกาสให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ เมื่อสำเร็จแล้วจะได้ใช้ความสุขุมรอบคอบในการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างชาญฉลาด</p>
<p>เมื่อดวงชะตาไม่ดี มีเคราะห์ร้าย ท่านจะทำอย่างไร ผู้เขียนได้ทำการศึกษาเรื่องอานุภาพของการสวดพระปริตร อันเป็นเครื่องป้องกันต้านทานภยันตราย ทำให้แคล้วคลาดจากอันตรายต่างๆ และยังบังเกิดลาภผลและปราศจากทุกข์โศกโรคภัยอันตรายใดๆ ชีวิตจะประสบแต่ความสุขความเจริญตลอดไป จึงขอนำเสนอตำนานย่อและอานุภาพของการสวดพระปริตรตามลำดับ ดังต่อไปนี้<br />
พระอาทิตย์ (1) ให้สวดบทโมรปริตร มีอานิสงส์ใช้สวดป้องกันภัยให้แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ เป็นพระปริตรบทที่พระยานกยูงทองใช้ภาวนา และสมเด็จพระบรมศาสดาตรัสพระธรรมเทศนาโปรดพระภิกษุกระสันต์รูปหนึ่งให้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล วัฏฏกปริตร เป็นพระปริตรของนกคุ่ม ทำปริตรป้องกันไฟป่าวัฏฏกะปริตรที่มีอานิสงส์ในการป้องกันอัคคีภัย ของร้อน แก๊สระเบิด<br />
พระจันทร์ (2) ให้สวดบทอภัยปริตร คือ ปริตรไม่มีภัย เป็นพระปริตรแห่งการให้อภัยและอโหสิกรรมในเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในชีวิต ความแตกแยกในสังคม<br />
พระอังคาร (3) ให้สวดบทกรณียเมตตสูตร เป็นการแผ่เมตตาจิตไปในมวลสรรพสัตว์ ตลอดจนเทพเทวา ภูตผี ปีศาจทั้งหลายไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขต ไร้พรหมแดนขีดกั้น ไม่ว่าสัตว์นั้นหรือเขาผู้นั้นจะเป็นเชื้อชาติศาสนาอะไร จะเกี่ยวข้องกับเราโดยความเป็นญาติ เป็นประเทศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือไม่ก็ตาม ให้มีจิตกว้างขวางไร้ขอบเขตขีดกั้น ขอให้เขาได้มีความสุข<br />
พระพุธ (4) ให้สวดบทขันธปริตร พระปริตร (ป้องกัน) พญางู เป็นการเจริญเมตตาไปในตระกูลพญางูทั้งสี่ตระกูลที่มีพิษร้ายทั้งหลายและเจริญเมตตาแก่สรรพสัตว์ เพื่อเป็นการคุ้มครองป้องกันตนเองจากอสรพิษและสัตว์ร้ายทั้งหลาย แล้วยังสามารถป้องกันอันตรายจากยาพิษทั้งหลายได้ด้วย พระปริตร (ป้องกัน) พญางู ฉัททันตปริตร ขอถึงซึ่งธงชัยของพระอรหันต์ ขอเหล่าพาลมฤคในไพร อันตรายใดๆ อย่าได้กล้ำกราย</p>
<p>พระเสาร์ (7) ให้สวดบทองคุลิมาลปริตร คือ ปริตรของพระองคุลิมาล เมื่อพระองคุลิมาลทำสัจจาธิษฐานโปรดหญิงมีครรภ์ให้คลอดง่าย ตั้งแต่นั้นมาพวกมนุษย์ทั้งหลายก็มิได้คิดหวาดกลัวท่านองคุลิมาลอีก ทั้งท่านก็ได้อาหารบิณฑบาตพอฉัน ไม่ต้องลำบากเรื่องอาหารบิณฑบาตอีกต่อไป พระผู้เป็นเจ้าเจริญสมณธรรมได้รับความกำเริบร้อนใจยิ่งนัก ได้เห็นไปว่าอสุรกายที่ฆ่าไว้มาทวงเอาชีวิตเนืองๆ ภายหลังได้รับพุทโธวาทว่าให้กำจัดบาปธรรมให้ปราศจากสันดาน เหมือนดังบุรุษเอาสาหร่ายและจอกแหนออกจากบ่อน้ำ พระผู้เป็นเจ้าก็ปฏิบัติตามพุทธฎีกา ในไม่ช้าก็ได้บรรลุแก่อรหัตตผล เป็นอริยบุคคลวิเศษในพระพุทธศาสนา และพระปริตรนี้จะดำรงความศักดิ์สิทธิ์ให้ความคุ้มครองอยู่ไปตลอดกัลป์<br />
โพชฌังคปริตร เป็นพระปริตรแห่งองค์คุณเพื่อการตรัสรู้ โดยน้อมเป็นสัจกิริยาเพื่อให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เกิดเป็นความสวัสดี<br />
พระพฤหัสบดี (5) ให้สวดบทรัตนสูตร เป็นพระสูตรว่าด้วยการน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยให้เกิดเป็นอานุภาพ สามารถขจัดภัยพิบัติทั้งมวล เป็นพระสูตรที่พระอานนทเถระเรียนจากพระพุทธองค์โดยตรง เพื่อใช้สวดขจัดปัดเป่าภัยพิบัติที่เกิดกับชาวกรุงเวสาลี พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้พระเถระอ้างคุณของพระรัตนะ คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ทำสัจกิริยาให้เกิดเป็นอานุภาพ ขจัดปัดเป่าภัยพิบัติทั้งหลาย<br />
พระราหู (8) ให้สวดบทอาฏานาฏิยปริตร เป็นปริตรที่ท้าวจาตุมหาราชผูกขึ้นที่อาฏานาฏิยนคร เพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกันเหล่าอมนุษย์บางพวกที่ไม่หวังดีต่อพระสงฆ์ สาวกของพระพุทธองค์ที่ไปบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร เมื่อไม่มีอะไรป้องกันเหล่าอมนุษย์ที่ไม่เลื่อมใสก็จะรบกวนเบียดเบียน ทำให้เกิดความลำบาก ท้าวจาตุมหาราชจึงได้แสดงเครื่องป้องกันรักษาที่ชื่ออาฏานาฏิยรักษ์ มีอานุภาพ 2 ประการ คือ มีอานุภาพในการทำให้อมนุษย์ที่ไม่เลื่อมใสให้เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และมีอานุภาพในการคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้อมนุษย์ที่ไม่เลื่อมใสจับต้อง สิงสู่ เบียดเบียน ประทุษร้าย ทำให้รับความลำบาก เดือดร้อน</p>
<p>พระศุกร์ (6) ให้สวดบทธชัคคปริตร (พระปริตรยอดธง) อานุภาพพระปริตรเพื่อให้หายหวาดกลัว หายความครั่นคร้าม หายความขนพองสยองเกล้า ป้องกันอันตรายกลางอากาศ การตกจากที่สูงก็ยังสามารถได้ที่พึ่งพำนักโดยปลอดภัย อุบัติเหตุทางเครื่องบิน หรืออื่นๆ ทำนองนี้ ธชัคคปริตรก็อาจคุ้มครองได้<br />
พระเกตุ (9) ให้สวดบทชยปริตร มหาการุณิโก นาโถ ฯลฯ ชยมังคลัง ชยัยโต ฯลฯ ปโมทตินี้ดีนัก มีฝอยท่วมหลังคชา นรชนใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดก็ดี ระลึกก็ดี ซึ่งพระพุทธชัยมงคล 8 คาถา แม้เหล่านี้ทุกๆ วัน นรชนนั้นจะพึงละเสียได้ ซึ่งอุปัทวันตรายทั้งหลาย มีประการต่างๆ เป็นอเนก ถึงซึ่งวิโมกขสิวาลัยอันเป็นบรมสุขแล<br />
เรื่องอานุภาพของพระปริตรแต่ละบทนั้นอาจพรรณนาไปไม่มีสิ้นสุด การสวดพระปริตรดังกล่าวข้างต้น หากระลึกให้ดีจะทำให้เรามีสมาธิ ไม่ประมาท มีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอ จิตใจตั้งมั่นที่จะบำเพ็ญเพียรพยายามประพฤติปฏิบัติประกอบกิจในสิ่งที่ดีงามตามห้วงเวลาที่เหมาะสม ยังบังเกิดลาภผลและปราศจากทุกข์โศกโรคภัยอันตรายใดๆ ชีวิตจะประสบแต่ความสุขความเจริญตลอดไป.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://horapinyo.com/?feed=rss2&#038;p=61</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โหราศาสตร์กับชีวิตประจำวัน-โหราศาสตร์ horapinyo.com</title>
		<link>http://horapinyo.com/?p=41</link>
		<comments>http://horapinyo.com/?p=41#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2011 04:25:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[karma]]></category>
		<category><![CDATA[vedic]]></category>
		<category><![CDATA[ทราวิเดียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญจาบ]]></category>
		<category><![CDATA[ปุรุราช]]></category>
		<category><![CDATA[ภารตะ]]></category>
		<category><![CDATA[ยัชุรเวท]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเรเนียน]]></category>
		<category><![CDATA[รุทระ]]></category>
		<category><![CDATA[ศกุนตลา]]></category>
		<category><![CDATA[สินธุ]]></category>
		<category><![CDATA[อารยัน]]></category>
		<category><![CDATA[อุททาคา]]></category>
		<category><![CDATA[โสมเวท]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://horapinyo.com/?p=41</guid>
		<description><![CDATA[<p>โหราศาสตร์กับชีวิตประจำวัน</p> <p>โหราศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่เก่าแก่มีอายุยาวนาน เชื่อกันว่าแต่แรกเริ่มนั้นถือกำเนิดจากชนชาวอียิปต์โบราณ ด้วยเป็นชนชาติแรกๆ ที่ทำการบันทึกแนวการเคลื่อนตัวของดวงดาว ต่อ มา…ได้มีการบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆทั้งเรื่องของบ้านเมือง,วิถีชีวิต บุคคลเป็นปูมโดยอิงลักษณะการเดินทางโคจรของดวงดาวและเหตุการณ์ผิดปกติบนฝาก ฟ้าเช่นดาวตก และได้สืบทอดต่อเนื่องกันมาผ่านประเทศอินเดีย มาสู่ประเทศไทยใน สมัยพระนารายณ์มหาราช ในสมัยโบราณนั้น ผู้ใช้โหราศาสตร์มักเป็นขุนนางที่ทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตเพื่อศึกษาศาสตร์ เหล่านี้ตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย และมักเน้นในการพยากรณ์เรื่องเกี่ยวกับในราชสำนักหรือ</p> สืบ เนื่องมาจนปัจจุบัน โหราศาสตร์ได้ รับความนิยมและเผยแพร่สู่สามัญชน อย่างไรก็ดีโหราศาสตร์เป็นหลักสถิติ มีการบันทึกเขียนเป็นตำราหลายรูปแบบ และมีการพัฒนาในการอ่านค่าสถิติอย่างพิศดาร เพื่อให้ทันยุคทันเหตุการณ์:ประวัติและพัฒนาการวิชาโหราศาสตร์ไทยเรื่อง ประวัติที่แท้จริงและพัฒนาการนั้น อาตมาเกิดไม่ทันหรอก เพียงแต่อาศัยรวบรวมเรื่องราวที่ได้ยินจากผู้ใหญ่หรือบันทึกต่างๆ ขึ้นมา หากจะผิดถูกอย่างไร ก็ให้คิดเสียว่า เป็นทัศนะหนึ่งของอาตมาเท่านั้น ในทัศนะของอาตมา ปรัชญาที่มาของโหราศาสตร์นั้น มีอยู่ ๒ ระบบ คือ ปรัชญาแรกที่มองจากสิ่งแวดล้อมใหญ่มาหาเล็ก และ ปรัชญาที่สอง ที่มองจากปัจจัยที่เล็ก มาเพิ่มเติมด้วยปัจจัยประกอบอื่นๆ เพื่อมองภาพให้ใหญ่ขึ้นในปรัชญาแรกนั้น อยู่บนพื้นฐานของปรากฎการณ์ทางธรรมชาติมาสู่ตัวบุคคลใน ระบบนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโหราศาสตร์ในกลุ่มอดีตที่เก่าแก่ เช่น การสร้างปิรามิด,การวางผังเมืองของชนเผ่าอินคา ฯลฯ ที่ยังเหลืออยู่ที่เห็นชัดที่สุดคือ โหราศาสตร์จีน ที่เอาสภาพแวดล้อม ถิ่นที่อยู่ ฤดูกาล เป็นตัวตั้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="โหราศาสตร์ - โหราภิญโญดอทคอม" href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>กับชีวิตประจำวัน</p>
<p><a href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a> เป็นศาสตร์ที่เก่าแก่มีอายุยาวนาน เชื่อกันว่าแต่แรกเริ่มนั้นถือกำเนิดจากชนชาวอียิปต์โบราณ ด้วยเป็นชนชาติแรกๆ ที่ทำการบันทึกแนวการเคลื่อนตัวของดวงดาว ต่อ มา…ได้มีการบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆทั้งเรื่องของบ้านเมือง,วิถีชีวิต บุคคลเป็นปูมโดยอิงลักษณะการเดินทางโคจรของดวงดาวและเหตุการณ์ผิดปกติบนฝาก ฟ้าเช่นดาวตก และได้สืบทอดต่อเนื่องกันมาผ่านประเทศอินเดีย มาสู่ประเทศไทยใน สมัยพระนารายณ์มหาราช ในสมัยโบราณนั้น ผู้ใช้<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>มักเป็นขุนนางที่ทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตเพื่อศึกษาศาสตร์ เหล่านี้ตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย และมักเน้นในการพยากรณ์เรื่องเกี่ยวกับในราชสำนักหรือ</p>
<div id="ownerPost">
<div>สืบ เนื่องมาจนปัจจุบัน <a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ได้ รับความนิยมและเผยแพร่สู่สามัญชน อย่างไรก็ดีโหราศาสตร์เป็นหลักสถิติ มีการบันทึกเขียนเป็นตำราหลายรูปแบบ และมีการพัฒนาในการอ่านค่าสถิติอย่างพิศดาร เพื่อให้ทันยุคทันเหตุการณ์:ประวัติและพัฒนาการวิชา<a title="โหราศาสตร์" href="http://โหราศาสตร์ไทย.com">โหราศาสตร์ไทย</a>เรื่อง ประวัติที่แท้จริงและพัฒนาการนั้น อาตมาเกิดไม่ทันหรอก เพียงแต่อาศัยรวบรวมเรื่องราวที่ได้ยินจากผู้ใหญ่หรือบันทึกต่างๆ ขึ้นมา หากจะผิดถูกอย่างไร ก็ให้คิดเสียว่า เป็นทัศนะหนึ่งของอาตมาเท่านั้น ในทัศนะของอาตมา ปรัชญาที่มาของ<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>นั้น มีอยู่ ๒ ระบบ คือ ปรัชญาแรกที่มองจากสิ่งแวดล้อมใหญ่มาหาเล็ก และ ปรัชญาที่สอง ที่มองจากปัจจัยที่เล็ก มาเพิ่มเติมด้วยปัจจัยประกอบอื่นๆ เพื่อมองภาพให้ใหญ่ขึ้นในปรัชญาแรกนั้น อยู่บนพื้นฐานของปรากฎการณ์ทางธรรมชาติมาสู่ตัวบุคคลใน ระบบนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโหราศาสตร์ในกลุ่มอดีตที่เก่าแก่ เช่น การสร้างปิรามิด,การวางผังเมืองของชนเผ่าอินคา ฯลฯ ที่ยังเหลืออยู่ที่เห็นชัดที่สุดคือ <a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>จีน ที่เอาสภาพแวดล้อม ถิ่นที่อยู่ ฤดูกาล เป็นตัวตั้ง แล้วมาใช้ดาว ธาตุ ดวงชะตา มาประกอบใน ส่วนของปรัชญาที่สองนั้น ใช้มุมมองโดยการเก็บเอาผลลัพธ์หรือสถิติของปรากฎการณ์ธรรมชาติ มาเป็นหลัก เช่น ดวงชะตา,ฟ้าร้อง,อุปราคา ฯ มาเป็นปัจจัยอ้างอิง แล้วมาใส่ข้อมูลของปัจจัยสิ่งแวดล้อมเข้าไปเพิ่มเติม เพื่อให้พิจารณาได้ชัดขึ้น เช่น เชื้อชาติ,ถิ่นที่อยู่,ชื่อ,ที่พักอาศัย ฯลฯ ถ้าจะทำความเข้าใจให้ง่าย ขอให้นึกถึงเรื่อง ที่ท่านเจ้าอาวาสวัดราชา ได้กราบทูล รัชกาลที่ ๔ ถึงเรื่องดวงชะตาเปรียบเสมือนต้นไม้ที่เกิดบนเขา กลางเขา และตีนเขา ย่อมแตกต่างกัน</p>
<p>ซึ่ง<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ในแนวปรัชญาที่สอง ที่อาตมาได้พูดถึงนี้ คือแนวทางของบรรดา<a href="http://uranian.net">โหราศาสตร์สากล</a> <a href="http://horaparata.com">โหราศาตร์ภารตะ</a> โหราศาสตร์มอญ-ไทย ในปัจจุบันนี้ โหราศาสตร์ไทยนั้นมีหลักฐานการพัฒนามาจากโหราศาสตร์ภารตะ ดังนั้นจึงขอพูดถึง<a href="http://horaparata.com">โหราศาสตร์ภารตะ</a>อย่างย่อด้วย ก่อนที่จะมาเป็น<a href="http://horaparata.com/">โหราศาสตร์ภารตะ</a> ไม่ว่าจะเป็น Vedic หรือ Karma Astrology แบบทุกวันนี้</p>
<p>ในกาลสมัยก่อนที่จะได้มีชื่อประเทศอินเดียเกิดขึ้นนั้น ดินแดนดังกล่าวเป็นของพวกชนถิ่นพื้นเมือง พวกทมิฬและพวกทราวิเดียน ซึ่งนับถือบูชาเทพพวกกึ่งสัตว์ เช่น ช้าง ยักษ์ งู ฯ ต่อมาประมาณ ๕,๐๐๐ ปีก่อนพุทธกาล (เป็นอย่างน้อย) างพวกชนชาติอารยันจากเอเชียกลางก็ได้บุกรุกเข้าไปครอบครองดินแดนทางเหนือของ แม่น้ำสินธุในแคว้นปัญจาบ พร้อมทั้งได้นำเอาเทพเจ้าของตนเข้าไปปกครอง โดยให้บูชาเทวะ “พระอินทร์” และได้เรียกนามประเทศขึ้นเป็น “ประเทศอินเดีย”</p>
<p>ใน กฤตยุค สมัยราชวงศ์ปุรุราชหรือมหาสมมุติราช ลำดับกษัตริย์องค์ที่ ๒๑ คือ พระเจ้าภรตราช โอรสท้าวทศยันต์และมีมเหสีนาม ศกุนตลา บุตรีของมหาฤาษีวิศวามิตรกับนางอัปสร นั้น ทางมหาฤาษี กัณณวะ ได้รวบรวม “ศรุติ” ขึ้นมาเป็นคัมภีร์ ฤคเวท ใช้เป็นคู่มือของพวกพราหมณ์นิกายโหรดา ในสมัยของไตรดายุคต่อมานี้ ได้เริ่มมีการทำพลีกรรมมากขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงด้านตำแหน่งและสิทธิอำนาจของ กลุ่ม “เทวะ” เดิม จากกลุ่มพระอินทร์และปรพรหม มาเป็น องค์พรหมธาดา แล้วเปลี่ยนเทพ “รุทระ”อันเป็นเทพแห่งพายุเดิม มาเป็น องค์ศิวะเทพแห่งขุนเขาไกรลาส และ องค์วิษณุแห่งทะเลเกษียรสมุทร จึงได้เกิด คัมภีร์ “โสมเวท” อันเป็นคู่มือสวดของพวกพราหมณ์นิกายอุททาคา และคัมภีร์ “ยัชุรเวท” อันเป็นคู่มือทำพลีกรรมของพวกพราหมณ์นิกายอัธวรรยุ จึงเรียกว่า คัมภีร์ไตรเพท และศาสนาพราหมณ์ขึ้น</p>
<p>ในระยะต่อมา ได้มี อถรรพพราหมณ์ ได้รวบรวม“ศรุติ”อันเป็นมนต์เสกเป่า ๒ ประเภท คือ มนต์ดำสำหรับแก้เสนียด ให้เปลี่ยนเป็นสวัสดิมงคล ประการหนึ่ง และ มนต์สำหรับนำความชั่วร้ายและภัยพิบัติไปให้ศัตรู อีกประการหนึ่ง คัมภีร์นี้เรียกว่า“อถรรพเวท” กล่าวมาถึงตอนนี้ หลายท่านคงจะเริ่มเบื่อว่ามาอธิบายถึงเรื่องลัทธิพราหมณ์ทำไม? ตอนนี้ ขอให้ลองย้อนกลับไปอ่านนิทานชาติเวร เรื่องแรกของ<a href="http://parastro.com/">โหราศาสตร์</a>ไทย ดูนะ ที่ว่า พระอาทิตย์ (๑) เกิดเป็นพญาครุฑอยู่เขาสัตตปริพันธ์ พระพฤหัสบดี (๕) เกิดเป็นพระอินทร์อยู่เขาพระสุเมรุ พระเสาร์ (๗) เกิดเป็นพญานาคอยู่ในมหาสมุทร และ พระอังคาร (๓) เกิดเป็นพญาราชสีห์อยู่ป่าหิมพานต์ ได้ร่วมกันที่จะสร้างสระน้ำไว้ให้เป็นที่อาศัยแก่มนุษย์และเทวดา โดยมีพระราหู (๘) เป็นตัวร้าย นั้น จากนิทานชาติเวรเรื่องนี้ ส่อเค้าว่า น่าจะเป็นเรื่องที่เก่าที่สุดที่มาจากอารยธรรมของพวกอารยันในยุคแรกเริ่มของ ประเทศอินเดียก่อนมีศาสนาพราหมณ์ที่บูชา พระอินทร์เป็น มหาเทพ นี่แหละครับ ร่องรอยประวัติ<a href="http://โหราศาสตร์ไทย.com">โหราศาสตร์ไทย</a></p>
<p>ขอพูดต่ออีกนิดนึงนะ ในยุคต่อมา ทางพวกพราหมณ์ได้เรียบเรียงคัมภีร์ไตรเพท โดยจัดทำอรรถขึ้นมาเป็น“สูตร”แบ่งออกเป็น ๖ เวทางค์ (องค์แห่งเวท) หนึ่งในเวทางค์นั้นคือ “วิชาโชยติษะ” หรือ วิชา<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์ </a>นั่นเอง ซึ่งคัมภีร์วิชาโชยติษะอันเป็นโหราศาสตร์อินเดียที่ได้ตกทอดมายังประเทศไทย ที่ยังหลงเหลืออยู่นี้ประมาณ ๒๐ เล่ม เช่น คัมภีร์สูรยสิทธานตะและคัมภีร์พฤหัตสังหิตาของ วราหมิหิร มหาบัณฑิต,คัมภีร์ศุกรนีติสาระ(คัมภีร์พิชัยสงครามของพระศุกรมหาฤาษี), คัมภีร์ภฤคุปรัศนัม (ตำราศุภฤกษ์ศุภยามของพระภฤคุ มหาฤาษี) ฯลฯ เป็นต้น</p>
<p>วิชา <a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ของพวกพราหมณ์นี้ ยังได้มีหลักฐานปรากฎอยู่ในพระไตรปิฎก ในบทว่าด้วยมหาศีล ซึ่งได้เคยเขียนรายละเอียดไว้ในนิตยสารโหราเวสม์เอาไว้แล้ว</p>
<p>วิชา <a href="http://%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b0.com/">โหราศาสตร์</a>โบราณ ทั้งจากสมัยกลุ่มอารยัน,กลุ่มศาสนาพราหมณ์ และ บางส่วนที่แฝงอยู่ในกลุ่มพระภิกษุผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา คงได้ตกทอดเข้าสู่ดินแดนสุวรรณภูมิมาเป็นระยะๆ ไม่น้อยกว่า ๔-๕ ครั้ง จนกระทั่ง พุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นต้นมา วิชาโหราศาสตร์ดังกล่าวก็ได้ถูกพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นหลักวิชาที่มี เอกลักษณ์ของตนเอง โดยไม่ได้ดำเนินตามรอยของพวกพราหมณ์อินเดียอย่างเคร่งครัดอีกต่อไป</p>
<p>ร่อง รอยวิชา<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์ไทย</a>นอกจากเรื่องนิทานชาติเวรเรื่องแรกแล้ว อาจจะศึกษาเพิ่มเติมได้จากตำราอื่นๆ ทางพระพุทธศาสนา อาทิเช่น นิทานปัญญาสชาดกของเมืองเหนือ เป็นต้น และจากเอกสารประวัติศาสตร์โบราณคดี อื่นๆ</p>
<p>การศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทย</p>
<p>วิชาโหราศาสตร์ไทย แต่ดั้งเดิมนั้นกล่าวกันว่า มีอยู่มากกว่า ๒๗๐ ปกรณ์ แบ่งออกเป็น ๓ ภาค คือ</p>
<p>(ก) โหราศาสตร์ไทยภาคคำนวณ –มีปกรณ์ต่างๆมากกว่า ๕๐ ปกรณ์ ขึ้นไป จำแนกได้ดังนี้</p>
<p>(๑.๑) ตำราสุริยยาตร มีประมาณ ๗-๘ ฉบับ</p>
<p>(๑.๒) ตำรามานัตต์ มีประมาณ ๔-๕ ฉบับ</p>
<p>(๑.๓) ตำราสารัมภ์ มีประมาณ ๑๐ กว่า ฉบับ</p>
<p>(๑.๔) ปกิณกะภาคคำนวณ – มีประมาณ ๒๐ กว่าฉบับ เช่น ตำรากากะบาด,ตำราสงกรานต์,ตำราอธิกวาร ฯลฯ</p>
<p>(ข) โหราศาสตร์ไทยภาคพยากรณ์ –มีปกรณ์ต่างๆมากกว่า ๒๐๐ ปกรณ์ ในภาคนี้แบ่งออกได้เป็น ๒ ตอน คือ</p>
<p>(๒.๑) <a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์ดวงเมือง</a> มีประมาณ ๖๐ ปกรณ์</p>
<p>– ประกอบด้วยการพยากรณ์ดวงชะตาพระมหากษัตริย์,ว่าด้วยการสร้างบ้านแป งเมือง,การพยากรณ์เกี่ยวกับเมืองและศึก,การพยากรณ์เศรษฐกิจข้าวปลาอาหาร,การ พยากรณ์ดวงนักบวชและพระภิกษุ ฯลฯ ยังแบ่งย่อยการพยากรณ์ออกได้อีก ๒ แบบ คือการพยากรณ์ปูมกำเนิด กับ การพยากรณ์จร เช่น ตำราเผด็จรามเหิยร,ตำรานครภังส์,ตำราราชมัญตัญ,ตำรานครถาน,ตำราพิไชย สงคราม,ตำราธุมเกตุธุมเพลิง,ตำราดาวหาง(ดาวพรหมปโรหิตา),ตำราเทวดาไขประตู ฟ้า,ตำราคลองฟ้า,ตำราดาวเข้าวงพระจันทร์,ตำรามหาปุริสสลักษณะ,ตำราดาว ผุดกลางวัน,ตำราโสฬสมหานคร,ตำราพระนครคิรี,ตำราโชติรัตน์,ตำราพิธีสะเดาะ เคราะห์เมือง,ตำราจุฬามณี,ตำราพิรางค์ ฯลฯ</p>
<p>(๒.๒) โหราศาสตร์ภาคพยากรณ์ดวงบุคคล – มีประมาณ ๑๕๐ ปกรณ์</p>
<p>– แยกเป็น โหราศาสตร์ภาคปูมกำเนิด ประมาณ ๕๐ ปกรณ์ และ <a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ภาคพยากรณ์จร ประมาณ ๑๐๐ ปกรณ์ เช่น ตำราอินทภาสบาทจันทร์,ตำรากาลจักรลัคน์จร,ตำราอสีติธาตุ,ตำราอสีติโชค,ตำราม หาสัฏฐีจักร,ตำรายาม,ตำราอัษการ,ตำราฆาตมฤตยู,ตำราขับจันทร์ประวัติ,ตำรา พระเคราะห์รูป-พระเคราะห์สม,ตำราเสบียงโหรา,ตำราลักขณาทวาทศมาส,ตำรามหา ทักษา,ตำราทักษาปกรณ์,ตำราโลกศาสตร์,ตำราสุบินนิมิต,ตำราจักรทีปนี ฯลฯ</p>
<p>(ค) โหราศาสตร์ไทยภาคพิธีกรรม –ภาคนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นคำสอนประเภท“มุขปาฐะ”ตามแนว“อาจาริยมัติ”คือเป็นคำอธิบายปากเปล่า ประกอบคำสอนภาคพยากรณ์</p>
<p>ซึ่งแล้วแต่แนวทางของอาจารย์แต่ละสำนักที่ได้ ศึกษากันมา โดยอาจจะแตกต่างกันพอสมควร ในส่วนที่เป็นบันทึกตำราก็มีบ้างราวๆ ๓๐ ปกรณ์ เช่น ตำราราชพิธีพราหมณ์สำหรับสยามประเทศ,ตำรานามกรรม,ตำราผลัดนาม,ตำราตัดไม้ข่ม นาม,ตำราอธิไทโพธิบาทว์,ตำราทำอุบาทว์,ตำราเชิญ,ตำราบูชานพเคราะห์,ตำรา สะเดาะเคราะห์,ตำราดวงพิชัยสงคราม,ตำราบูชาดวงชะตากำเนิด ฯลฯ</p>
<p>ขอแบ่งช่วงเวลาในการศึกษาวิชา<a href="http://โหราศาสตร์ไทย.com">โหราศาสตร์ไทย</a>ออกเป็น ๕ ช่วงด้วยกัน</p>
<p>(๑) ช่วงก่อน พ.ศ.๒๔๗๕</p>
<p>ช่วงนี้ มักเรียนกันตามวัดหรือบ้านข้าราชการที่เกี่ยวกับกรมโหรหรือตามวังเจ้านายชั้นสูงต่างๆ</p>
<p>เป็นการเรียนไปตามลำดับและยึดแบบแผนของ“อาจาริยมัติ”อย่างเคร่งครัด</p>
<p>เป็นการศึกษาทั้งจากการคำนวณบนกระดานและศึกษาจากการดูดาวบนท้องฟ้าด้วย</p>
<p>(๒) ช่วง พ.ศ. ๒๔๗๕ – พ.ศ. ๒๕๑๐</p>
<p>ช่วงนี้เริ่มมีปูมปฏิทินโหรบางแบบออกจำหน่าย เริ่มมีการตื่นตัวศึกษา<a href="http://โหราภารตะ.com">โหราศาสตร์</a></p>
<p>ทั้งแบบไทยและต่างประเทศ (เป็น<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์สากล</a>แบบดวงโปรเกรสไม่ใช่<a href="http://uranian.net">ยูเรเนียน</a>) มีการจับกลุ่มผู้สนใจโหราศาสตร์</p>
<p>เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะกันอย่างกว้างขวาง และได้จัดตั้งสมาคมโหรแห่งประเทศไทยขึ้น การศึกษาโหราศาสตร์ไม่จำกัดอยู่ที่ตาม</p>
<p>วัด หรือบ้านข้าราชการแล้ว เปลี่ยนมาเป็นการศึกษาจากตัวบุคคลนัก<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ที่มีชื่อเสียงและเรียนกันเฉพาะบางแง่มุม</p>
<p>หรือบางแนวทางเป็นส่วนใหญ่</p>
<p>(๓) ช่วง พ.ศ. ๒๕๑๑ – พ.ศ. ๒๕๒๐</p>
<p>สมาคมโหรแห่งประเทศไทยได้เปิดสอน<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>แก่บุคคลทั่วไป เป็นรุ่นแรก นักศึกษารุ่นแรกนี้ที่มีชื่อเสียงก็เช่น</p>
<p>อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา ฯ เป็นต้น ได้มีการกำหนดแบบแผนขึ้นเป็นหลักสูตร หากใครสนใจในวิชาชั้นสูง</p>
<p>ก็ต้องแยกไปเรียนเป็นส่วนตัวจากอาจารย์แต่ละท่านต่างหากออกไป ในช่วงนี้ ความเห็นของนักโหราศาสตร์แตกเป็นหลายพวก</p>
<p>มีการแยกตัวไปเป็น กลุ่มวัดราชบพิธบ้าง กลุ่มวัดโพธิ์บ้าง กลุ่มวัดสุทัศน์บ้าง กลุ่มวัดราชประดิษฐ์บ้าง กลุ่มวัดมหาธาตุบ้าง</p>
<p>กลุ่มวัดบุญศิริอำมาตย์บ้าง จนในที่สุดได้มีการแยกไปตั้งเป็น สมาคม<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>นานาชาติ และ กลุ่มสหพันธ์โหร ฯลฯ</p>
<p>ในช่วงนี้ มีปฏิทินโหรให้เลือกซื้อหาใช้ได้ ตามแต่ความพอใจ ในแนวทางการพยากรณ์ที่จะใช้ เช่น <a href="http://uranian.net">โหราศาสตร์สากล</a>ยุคนี้</p>
<p>นิยมใช้ปฏิทินแบบราฟาเอลมากกว่าแบบลาหิรี เป็นต้น ตำราโหราศาสตร์ที่มีอยู่นั้นมักจะเป็นเรื่องซ้ำๆกัน</p>
<p>และไม่ค่อยมีหลักคำอธิบาย จึงใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่ได้เพียงแค่เป็นเสมือนพจนานุกรม หรือแผ่นลายแทงเท่านั้น</p>
<p>ยังไม่สามารถนำมาใช้ศึกษาได้กว้างขวาง นอกจากต้องมีคำอธิบายของ“ครู”ผู้แต่งหนังสือเล่มนั้นๆมาประกอบด้วย</p>
<p>การศึกษาโหราศาสตร์ในช่วงนี้ ส่วนใหญ่ ยังต้องยึดเอา “ตัวครู”</p>
<p>เป็นหลักอยู่หรือใช้การไต่ถามขอความรู้จากบรรดานัก<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>เลื่องชื่อทั้งหลาย</p>
<p>(๔) ช่วง พ.ศ. ๒๕๒๑ – พ.ศ.๒๕๔๐</p>
<p>ในช่วงนี้ มีตำรา<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>พร้อมคำอธิบายหลายแบบให้เลือกซื้อหาได้ ตามแต่ความพอใจ ดังนั้น</p>
<p>การศึกษาจึงเริ่มเปลี่ยนแนวทางจากการไปศึกษาขอคำอธิบายจากครูนักโหราศาสตร์อาวุโส เพื่อจะได้ฟังมุขปาฐะ มาเป็น</p>
<p>การใช้ หนังสือตำราโหราศาสตร์เล่มต่างๆ มาเป็น “ตัวครู” ผู้สอนแทน และ ใช้สติปัญญาความคิดหรือทัศนะของตนเอง</p>
<p>เข้ามาเป็น “หลักตัดสิน” บรรดา “กฎโหราศาสตร์” ในหนังสือตำราโหราศาสตร์เล่มนั้นๆ</p>
<p>การศึกษาในระบบ เอา หนังสือตำราโหราศาสตร์ มาเป็น“ครู”นี้ ถ้าตัดสินใจถูก ก็ดีไป แต่ถ้าข้อความในตำรานั้นไม่</p>
<p>ชัดแจ้งผู้ศึกษาก็มักเข้ารกเข้าพงไปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งได้พบเห็นมามากกว่า ๘๐%</p>
<p>(๕) ช่วง พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป ถึงปัจจุบัน</p>
<p>การศึกษาโหราศาสตร์ในยุคปัจจุบัน คือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ระบบอิเลคโทรนิคส์ คอมพิวเตอร์ และ</p>
<p>อินเตอร์เน็ต ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น แนวทางการศึกษาโหราศาสตร์แบบเอาหนังสือเป็นครูเริ่มเปลี่ยนไป</p>
<p>โดยเปลี่ยนไปสู่การศึกษาการใช้โปรแกรมประมวลผลทางด้าน<a href="http://horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>แทน</p>
</div>
<p>&nbsp;</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://horapinyo.com/?feed=rss2&#038;p=41</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จักรราศี แม่บทแห่ง โหราศาสตร์</title>
		<link>http://horapinyo.com/?p=32</link>
		<comments>http://horapinyo.com/?p=32#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Jul 2011 17:43:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[โหราศาสตร์ไทยเบื้องต้น]]></category>
		<category><![CDATA[จักรราศี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://horapinyo.com/?p=32</guid>
		<description><![CDATA[<p>จักรราศีคือรูปจำลองสมมติของอาณาเขตบริเวณท้องฟ้าที่นักโหราศาสตร์กำหนด ขึ้นมาเพื่อใช้อ้างอิงและบอกตำแหน่งดวงดาวต่างๆที่โคจรบนท้องฟ้า (ตามแนวเส้น รวิมรรค) สำหรับบันทึกตำแหน่งของดวงดาวที่มีอยู่จริงบนท้องฟ้า และจุดสมมติต่างๆที่เกิดกรรมวิธีต่างๆทางโหราศาสตร์ ลงเป็นรูปแผนภูมิอันหนึ่งที่เราเรียกว่า ดวงชะตา เพื่อใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์เรื่องราวต่างๆ เปรียบเสมือนเป็นแผนที่ใช้บอกตำแหน่งของดวงดาวนั่นเอง จักรราศีมีรูปทรงสันฐาณเป็นวงกลมโดยมีจุดเริ่มต้นที่จุดศูนย์องศาของราศีเมษ จุดเริ่มต้นนี้เรียกว่าจุดเมษ หรือ จุดสงกรานต์ ในทรรศนะของโหราศาสตร์ไทยนั่นเอง (จุดนี้ในทางดาราศาสต์ร์เรียกว่าจุดวิษุวัต)ในทางโหราศาสตร์เรียกจักรราศี ที่มีจุดตั้งต้นที่จุดนี้ว่า จักรราศีแบบนิรายนะ ยัง มีจักรราศีอีกแบบหนึ่งคือจักรราศีแบบสายนะ จักรราศีแบบนี้ใช้จุดตั้งต้นของจักรราศีแตกต่างจากจักรราศีแบบนิรายนะโดยยึด ถือหลักความเป็นจริงทางดาราศาสตร์ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ความรู้ในด้านวิชาการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับวิชา ดาราศาสตร์ทำให้เราพบว่าจุดวิษุวัตหรือจุดเริ่มต้นของจักรราศีมิได้อยู่กับ ที่ จุดนี้เคลื่อนที่ออกจากจุดเมษในทิศทางตรงกันข้ามกับจักรราศีและยังพบอีกว่า จุดนี้จะเคลื่อนที่ไปทุกปีด้วยอัตราความเร็วคิดเป็นระยะเชิงมุมด้วยอัตรา ความเร็วเฉลี่ย ปีละประมาณ ๕๕ ฟิลิปดา ในปัจจุบันนี้จุดนี้อยู่ห่างจากจุดเมษ (๐ องศาราศีเมษ)อยู่ประมาณ ๒๓ องศา เศษๆ (อยู่ในราศีมีนประมาณ ๖ องศาเศษๆ ) ค่าที่แตกต่างกันอยู่นี้เรียกว่า อายนางศ (Ayanamsa) ซึ่งค่าอายนางศนี้จะมีบอกไว้ในปฏิทินโหราศาสตร์บาง เล่ม โหราศาสตร์ไทย และ อินเดียใช้จักรราศีแบบนิรายนะ ส่วนโหราศาสตร์ต่างประเทศทางยุโรปนิยมใช้จักรราศีแบบสายนะในการพยากรณ์ดวง ชะตาบุคคล และใช้จักรราศีแบบนิรายนะในการพยากรณ์เหตุการณ์สำคัญๆในกรณีที่เกี่ยวกับ ความเป็นไปของโลก ในที่นี้จะกล่าวถึงจักรราศีในแบบนิรายนะเป็นหลัก</p> <p>วิชา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จักรราศีคือรูปจำลองสมมติของอาณาเขตบริเวณท้องฟ้าที่นัก<a title="โหราศาสตร์" href="http://horapinyo.com/">โหราศาสตร์</a>กำหนด ขึ้นมาเพื่อใช้อ้างอิงและบอกตำแหน่งดวงดาวต่างๆที่โคจรบนท้องฟ้า (ตามแนวเส้น รวิมรรค) สำหรับบันทึกตำแหน่งของดวงดาวที่มีอยู่จริงบนท้องฟ้า และจุดสมมติต่างๆที่เกิดกรรมวิธีต่างๆทาง<a href="http://horapinyo.com/">โหราศาสตร์</a> ลงเป็นรูปแผนภูมิอันหนึ่งที่เราเรียกว่า ดวงชะตา เพื่อใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์เรื่องราวต่างๆ เปรียบเสมือนเป็นแผนที่ใช้บอกตำแหน่งของดวงดาวนั่นเอง จักรราศีมีรูปทรงสันฐาณเป็นวงกลมโดยมีจุดเริ่มต้นที่จุดศูนย์องศาของราศีเมษ จุดเริ่มต้นนี้เรียกว่า<strong>จุดเมษ หรือ จุดสงกรานต์</strong> ในทรรศนะของโหราศาสตร์ไทยนั่นเอง (จุดนี้ในทางดาราศาสต์ร์เรียกว่าจุดวิษุวัต)ในทาง<a title="โหราศาสตร์" href="http://horapinyo.com/">โหราศาสตร์</a>เรียกจักรราศี ที่มีจุดตั้งต้นที่จุดนี้ว่า <strong>จักรราศีแบบนิรายนะ </strong>ยัง มีจักรราศีอีกแบบหนึ่งคือจักรราศีแบบสายนะ จักรราศีแบบนี้ใช้จุดตั้งต้นของจักรราศีแตกต่างจากจักรราศีแบบนิรายนะโดยยึด ถือหลักความเป็นจริงทางดาราศาสตร์ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ความรู้ในด้านวิชาการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับวิชา ดาราศาสตร์ทำให้เราพบว่าจุดวิษุวัตหรือจุดเริ่มต้นของจักรราศีมิได้อยู่กับ ที่ จุดนี้เคลื่อนที่ออกจากจุดเมษในทิศทางตรงกันข้ามกับจักรราศีและยังพบอีกว่า <strong>จุดนี้จะเคลื่อนที่ไปทุกปีด้วยอัตราความเร็วคิดเป็นระยะเชิงมุมด้วยอัตรา ความเร็วเฉลี่ย ปีละประมาณ ๕๕ ฟิลิปดา</strong> ในปัจจุบันนี้จุดนี้อยู่ห่างจากจุดเมษ (๐ องศาราศีเมษ)อยู่ประมาณ ๒๓ องศา เศษๆ (อยู่ในราศีมีนประมาณ ๖ องศาเศษๆ ) ค่าที่แตกต่างกันอยู่นี้เรียกว่า <strong> อายนางศ (Ayanamsa)</strong> ซึ่งค่าอายนางศนี้จะมีบอกไว้ในปฏิทิน<a href="http://horapinyo.com/">โหราศาสตร์</a>บาง เล่ม <a href="http://horapinyo.com/">โหราศาสตร์ไทย</a> และ อินเดียใช้จักรราศีแบบนิรายนะ ส่วนโหราศาสตร์ต่างประเทศทางยุโรปนิยมใช้จักรราศีแบบสายนะในการพยากรณ์ดวง ชะตาบุคคล และใช้จักรราศีแบบนิรายนะในการพยากรณ์เหตุการณ์สำคัญๆในกรณีที่เกี่ยวกับ ความเป็นไปของโลก <strong>ในที่นี้จะกล่าวถึงจักรราศีในแบบนิรายนะเป็นหลัก</strong></p>
<p>วิชา <a href="http://horapinyo.com/">โหราศาสตร์</a> ใช้สัญญลักษณ์วงกลมแทนความหมายของจักรราศีและภายในวงกลมของ จักรราศียังแบ่งรายละเอียดออกเป็นส่วนย่อยๆลงอีกซึ่งเราจะได้ศึกษาราย ละเอียดกันต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://horapinyo.com/?feed=rss2&#038;p=32</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุยเฟื่องเรื่องดวงดาว &#8211; รายการโทรทัศน์โหราศาสตร์โดย อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ</title>
		<link>http://horapinyo.com/?p=26</link>
		<comments>http://horapinyo.com/?p=26#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 07 Jul 2011 01:15:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[รายการทีวี]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://horapinyo.com/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[รายการ &#8221; คุยเฟื่องเรื่องดวงดาว &#8220; รายการโทรทัศน์โหราศาสตร์สำหรับผู้ที่สนใจ  ออกอากาศทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์  เวลา ๑๔.๓๐ น. ทางช่องสุวรรณภูมิ จัดรายการโดย อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ (นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ) <p>พบกับนานาสาระน่ารู้ของวิชา โหราศาสตร์ ต่างๆ คุยกันแบบสบายๆ</p> อย่าลืม &#8230; พบกันทุกบ่ายวันเสาร์ และวันอาทิตย์ นะครับ ที่ &#8230; <p>&#160;</p> ทีวีสุวรรณภูมิ ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>รายการ &#8221; คุยเฟื่องเรื่องดวงดาว</strong></span> &#8220;</h2>
<h2 style="text-align: center;">รายการโทรทัศน์<a href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>สำหรับผู้ที่สนใจ  ออกอากาศทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์  เวลา ๑๔.๓๐ น. ทางช่องสุวรรณภูมิ จัดรายการโดย อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ (นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ)</h2>
<p>พบกับนานาสาระน่ารู้ของวิชา <a href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a> ต่างๆ คุยกันแบบสบายๆ</p>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">อย่าลืม &#8230;</span><br />
พบกันทุกบ่ายวันเสาร์ และวันอาทิตย์ นะครับ ที่ &#8230;</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>ทีวีสุวรรณภูมิ</strong></span></h1>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://horapinyo.com/?feed=rss2&#038;p=26</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วงจรชีวิต วันที่ 2 กรกฎาคม 2554 &#8211; โหราศาสตร์</title>
		<link>http://horapinyo.com/?p=12</link>
		<comments>http://horapinyo.com/?p=12#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Jul 2011 05:40:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://horapinyo.com/?p=12</guid>
		<description><![CDATA[ วงจรชีวิต วันที่ 2 กรกฎาคม 2554 <p>วันเสาร์ ที่ 02 กรกฎาคม 2554 เวลา 0:00 น</p> <p>สุริยคติ กาล วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ค.ศ. 2011 จันทร คติกาล ตรงกับวันเสาร์  ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 8 ปีเถาะ ตรีศก จุลศักราช 1373 อาทิตย์อุทัย เวลา 05.53 น. เที่ยงจริง เวลา 12.22 น. อาทิตย์ตก เวลา 18.50 น. จันทร์ตก เวลา 19.19 น.</p> <p>วันนี้ เวลา 00.00-22.18 น. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<h2>วงจรชีวิต วันที่ 2 กรกฎาคม 2554</h2>
<p>วันเสาร์ ที่ 02 กรกฎาคม 2554 เวลา 0:00 น</p>
</div>
<div id="NewsTab">
<div id="tab-body6">
<div id="cf_layoutarea1309584606735">
<div>
<p>สุริยคติ กาล วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ค.ศ. 2011 จันทร คติกาล ตรงกับวันเสาร์  ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 8 ปีเถาะ ตรีศก จุลศักราช 1373 อาทิตย์อุทัย เวลา 05.53 น. เที่ยงจริง เวลา 12.22 น. อาทิตย์ตก เวลา 18.50 น. จันทร์ตก เวลา 19.19 น.</p>
<p>วันนี้ เวลา 00.00-22.18 น. ดาวจันทร์ (2) เสวย ปุนนัพสุ นักษัตรฤกษ์ที่ 7 ประกอบด้วย เพชฌฆาต แห่งฤกษ์ เพชฌฆาต แปลว่าผู้ฆ่า ทำการเพื่อให้สิ่งที่เข้ามาพ่ายแพ้ ข่มขวัญ น่ายำเกรง มีความขลังและมีความศักดิ์สิทธิ์ จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องเสี่ยง ต้องต่อสู้  ฝ่าฟันอันตรายและอุปสรรคต่าง ๆ เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้ความเด็ดขาด เวลา 22.19-24.00 น. ดาวจันทร์ (2) โคจรไปเสวยปุษยะนักษัตรฤกษ์ที่ 8 ประกอบด้วยราชาแห่งฤกษ์ ราชา แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน เป็นฤกษ์ที่ดี มีความมั่นคงเข้มแข็ง โอ่อ่า ยิ่งใหญ่ ไพศาล มีคนยกย่องสรรเสริญ โดยเฉพาะกิจของผู้ใหญ่ ผู้นำ เหมาะสำหรับงานราชพิธี รัฐพิธี ราชการงานเมือง  งานที่ต้องการชักจูงให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม การปกครอง บังคับบัญชา เวลา 00.00-24.00 น. ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล : ทิศอุดร (เหนือ) ทิศอัปมงคล : ทิศทักษิณ (ใต้) สีประจำวัน : สีดำ สีสิริมงคล : สีฟ้า น้ำเงิน สีอัปมงคล : สีเขียวสด ราศีที่ดาวศรีสถิต : ราศีเมถุน ราศีที่ดาวกาลีสถิต : ราศีกรกฎ</p>
<p>เกิดวันนี้ เด็กชาย มีรูปร่างหน้าตาดี มีความกล้าหาญ มักจากถิ่นที่อยู่เติบโตจะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน ใจคอกว้างขวาง เปิดเผย ซื่อสัตย์  รักเกียรติ เฉลียวฉลาด ความจำดี มีสติปัญญาดี ตรงไปตรงมา พูดจากินใจคน มีลางสังหรณ์ คาดการณ์ได้แม่นยำ หากเป็นเด็กหญิง มีจิตใจหนักแน่น มีคุณธรรม จริงใจ รักเกียรติ ใจบุญสุนทาน มีขันติ กล้าคิด กล้าทำ ชอบการศึกษาเล่าเรียน มีเหตุผล จะมีชื่อเสียง ชอบอยู่เบื้องหลัง เป็นแม่ศรีเรือน</p>
<p>เกิดวันอาทิตย์  ได้ลาภ แต่มีรายจ่ายมากขึ้น ทรัพย์สินที่คิดว่าสูญเสียไปแล้วก็จะได้คืน  การใช้จ่ายเงินช่วงนี้ไม่ควรฟุ่มเฟือย ศัตรูจะกล่าวโทษและหาโอกาสทำร้าย หากประมาทจะมีอันตราย ระวังรักษาสุขภาพให้ดี มิตรสหายเก่า ๆ จะไปมาหาสู่ มีการศึกษาอบรมเพิ่มเติม มีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ</p>
<p>เกิดวันจันทร์ จะเดินทาง คนโสดจะได้พบรัก คนไม่โสดก็มีโชคเรื่องความรักเช่นกัน  ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี  มีรายจ่ายมากขึ้น มีปัญหากับผู้ใหญ่  การงานมีปัญหาต้องแก้ไข  ได้ข่าวทางไกล ควรตรวจสภาพยวดยานพาหนะให้ดี มีคนต่างถิ่นเข้ามาคบหาสมาคมด้วย</p>
<p>เกิดวันอังคาร  มีโชคลาภ มีรายได้เข้ามาหลายทาง ทั้งรายได้ใหม่และจากผลงานเก่า ๆ ของเก่า ๆ ทำกิจการใด ๆ จะสำเร็จ เพศตรงข้ามให้การสนับสนุน ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น หากมีการต่อสู้ก็จะประสบชัยชนะ</p>
<p>เกิดวันพุธ มีงานที่ต้องเสี่ยง จึงควรระมัดระวังอุบัติเหตุ เมื่ออุปสรรคผ่านไปการงานก็จะดีขึ้น โชคดีเรื่องการเงิน ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน มีโชคลาภ ทำกิจการใด ๆ จะสำเร็จ ศัตรูจะแพ้ภัยไปเอง มีปัญหากับเพศตรงข้าม ได้ของฝากของขวัญ ของหายจะได้คืน ได้ศึกษาอบรมในระดับที่สูงขึ้น</p>
<p>เกิดวันพฤหัสบดี ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานที่ดี แต่มีศัตรูเงียบ มีโชคด้านอาหารการกิน ได้ทรัพย์สินเงินทอง  ผู้ใหญ่ให้คุณ ศัตรูจะพ่ายแพ้ ทรัพย์สินที่สูญหายหรือหาไม่พบจะได้คืน ได้ฟังคำสอนที่ดี</p>
<p>เกิดวันศุกร์ ได้ลาภ ควรรู้จักเก็บออมและระวังในการดำเนินชีวิตให้มากขึ้น  ไม่ควรให้ใครยืมของรัก จะเกิดทุกข์และโรคภัยไข้เจ็บ โรคที่หายไปแล้วจะกลับเป็นขึ้นอีก ได้เพื่อนทางไกล มีเรื่องความไม่เข้าใจกับคนรัก ทรัพย์สินจะสูญหาย</p>
<p>เกิดวันเสาร์ คนรักดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันเป็นพิเศษ มีโอกาสได้พบญาติมิตรที่ดี สามารถพึ่งพาอาศัยกันได้  ได้รับผลประโยชน์ ปัญหาที่คาราคาซังหากได้รับการแก้ไขได้ทันท่วงที เรื่องร้าย ๆ ก็จะกลายเป็นดี  คนใกล้ตัวทำให้เสียเงินทอง มีงานใหม่ ๆ เข้ามาให้ทำ การเงินหมุนเวียนดี ได้ศึกษาวิชาแปลก ๆ ได้ของเก่า ๆ.</p>
<p>ภิญโญ พงศ์เจริญ</p>
<p>นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ</p>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://horapinyo.com/?feed=rss2&#038;p=12</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อบรมโหราศาสตร์ฟรีสำหรับผู้สนใจ &#8211; โหราศาสตร์</title>
		<link>http://horapinyo.com/?p=8</link>
		<comments>http://horapinyo.com/?p=8#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Jun 2011 16:57:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ตารางอบรม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[อบรม]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://horapinyo.com/?p=8</guid>
		<description><![CDATA[<p>เพื่อเป็นการสืบสาน และ จรรโลงวิชาโหราศาสตร์ไทยอันเป็นมรดกและภูมิปัญญาของบุรพจารย์โหราศาสตร์ของไทย  สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ร่วมกับ อ.ภิญโญ  พงศ์เจริญ  นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ   เปิดอบรมวิชาโหราศาสตร์ไทยให้แก่ผู้ที่สนใจฟรี &#8230;</p> <p>โดยมีตารางการอบรมดังนี้</p> <p>วันพฤหัสบดี เวลา ๑๕.๐๐ น  ที่สำนักงานสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ  โครงการวัดโสมนัสวิหาร</p> <p>วันอาทิตย์    เวลา ๑๓.๐๐ น   ที่ห้องอาหารโรงเรียนวัดราชนัดดาราม</p> <p>สนใจติดต่อจองที่นั่งด่วน  ที่นั่งจำนวนจำกัด</p> <p>สามารถเรียนสมทบได้เลย</p> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อเป็นการสืบสาน และ จรรโลงวิชา<a title="โหราศาสตร์" href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ไทยอันเป็นมรดกและภูมิปัญญาของบุรพจารย์<a href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ของไทย  สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ร่วมกับ อ.ภิญโญ  พงศ์เจริญ  นายกสมาคม<a href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>นานาชาติ   เปิดอบรมวิชา<a href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ไทยให้แก่ผู้ที่สนใจฟรี &#8230;</p>
<p>โดยมีตารางการอบรมดังนี้</p>
<p>วันพฤหัสบดี เวลา ๑๕.๐๐ น  ที่สำนักงานสมาคม<a href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>นานาชาติ  โครงการวัดโสมนัสวิหาร</p>
<p>วันอาทิตย์    เวลา ๑๓.๐๐ น   ที่ห้องอาหารโรงเรียนวัดราชนัดดาราม</p>
<p>สนใจติดต่อจองที่นั่งด่วน  ที่นั่งจำนวนจำกัด</p>
<p>สามารถเรียนสมทบได้เลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://horapinyo.com/?feed=rss2&#038;p=8</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวัสดีอย่างเป็นทางการ &#8230;  horapinyo.com &#8211; โหราศาสตร์ ไทย</title>
		<link>http://horapinyo.com/?p=1</link>
		<comments>http://horapinyo.com/?p=1#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Jun 2011 18:17:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[โหราภิญโญ]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โหราศาสตร์ไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://horapinyo.com/wordpress/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[<p>ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่  HoraPinyo.com เวบไซท์โหราศาสตร์สำหรับประชาชนผู้สนใจ โหราศาสตร์</p> <p>&#160;</p> <p style="text-align: center;"></p> อ.ภิญโญ  พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ <p>พบกับบทความโหราศาสตร์  ความรู้โหราศาสตร์ต่างๆ  เร็วๆนี้  ท่านสามารถสอบถามปัญหาโหราศาสตร์ต่างๆที่สงสัย  หรือสนทนาพูดคุยในหัวข้อเกี่ยวกับโหราศาสตร์&#8230; สามารถสมัครสมาชิกเข้ามาได้นะครับ &#8230;</p> <p>คอยพบกันเร็วๆนี้</p> <p>อ.ภิญโญ  พงศ์เจริญ</p> ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่  HoraPinyo.com เวบไซท์<a title="โหราศาสตร์ - โหราภิญโญดอทคอม" href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>สำหรับประชาชนผู้สนใจ <a title="โหราศาสตร์ - โหราภิญโญดอทคอม" href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://horapinyo.com/wp-content/uploads/2011/07/a-pimyo-4.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-10" title="a-pimyo-4" src="http://horapinyo.com/wp-content/uploads/2011/07/a-pimyo-4-229x300.jpg" alt="" width="269" height="347" /></a></p>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">อ.ภิญโญ  พงศ์เจริญ </span></h2>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ</span></h3>
<p>พบกับบทความ<a href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>  ความรู้<a title="โหราศาสตร์" href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ต่างๆ  เร็วๆนี้  ท่านสามารถสอบถามปัญหา<a title="โหราศาสตร์" href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>ต่างๆที่สงสัย  หรือสนทนาพูดคุยในหัวข้อเกี่ยวกับ<a href="http://www.horapinyo.com">โหราศาสตร์</a>&#8230; สามารถสมัครสมาชิกเข้ามาได้นะครับ &#8230;</p>
<p>คอยพบกันเร็วๆนี้</p>
<p>อ.ภิญโญ  พงศ์เจริญ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://horapinyo.com/?feed=rss2&#038;p=1</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

